ปัญหาป้ายแดงปลอมเกิดขึ้นจาก 2 กรณี คือ
1.ราชการ ผลิตไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่รถใหม่ขายดีมากๆ อย่างปี 2546 นี้ น่าจะมียอดขายรถทุกประเภทรวมถึงกว่า 500,000 คัน ในเมื่อรถขายดี แต่ไม่มีป้ายแดงให้ ก็ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายตั้งใจแก้ไขปัญหาโดย ไปสรรหาขอป้ายแดงจากหน่วยงานราชการในจังหวัดที่ยังพอมีเหลืออยู่ แต่ก็มีผู้ประกอบการบางรายมักง่ายจนเกิดเป็นกรณีที่ 2 คือ
2. เมื่อป้ายแดงขาดแคลนก็ไม่พยายามสรรหา หรือแม้ไม่ขาดแคลน แต่เอาง่ายเข้าว่า ซื้อป้ายแดงปลอมที่ผลิตขายกันทั่วไปในราคาป้ายละ 100-150 บาท
++ตรวจสอบอย่างไร++
ผู้ซื้อมีหน้าที่ปกป้องตัวเอง โดย ดูที่ตัวป้ายแดง ทุกป้ายต้องมีตัวย่อนูน ขส ที่มุมด้านล่างขวา รถ 1 คันต้องใช้ 2 ป้าย เพื่อติดด้านหน้าและหลัง สมุดคู่มือประจำรถต้องเป็นของทางราชการ ระบุตัวหมวดอักษรและตัวเลขเดียวกับป้ายทะเบียนทั้งหมด ยังมีหน้ากระดาษและช่องเหลือสำหรับกรอกรายละเอียดการใช้รถอย่างน้อย 1-2 หน้า
++กฎเดิมยังบังคับใช้ครบ++
กรอกรายการ ใช้รถ ห้ามขับตอนมืด ถ้าจะขับตอนมืดต้องขออนุญาต กฎพื้นฐานเดิมของการใช้รถป้ายแดง ปัจจุบันยังมีการบังคับใช้ครบถ้วน โดยมีสาระสำคัญคือ
1. ทุกครั้งที่ใช้รถเดินทาง ต้องกรอกรายละเอียดในรายการใช้รถในสมุดคู่มือฯ ให้ครบถ้วน
2. ถ้าทำตามข้อ 1 แล้วจะสามารถใช้รถได้เฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก (เวลากลางวัน) เท่านั้น (ไม่ใช่ 6.00-18.00น.)
3. หากจะใช้รถตอนมืด เวลาพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น (เวลากลางคืน) ไม่ว่าจะค่ำ ดึก หรือเช้ามืด นอกจากต้องทำตามข้อ 1 แล้วจะต้องขอรับอนุญาตจากนายทะเบียน (จะต้องมีลายมือชื่อนายทะเบียนของทางราชการในรายการใช้รถ) หากมีการฝ่าฝืนในข้อใด มีโทษปรับ
++ทำไมห้ามขับตอนมืด++
หลาย คนสงสัย แต่เท่าทีสอบถามเจ้าหน้าที่ในปัจจุบัน (ซึ่งไม่ใช่คนออกกฎนี้) ได้รับคำตอบว่า เพราะป้ายแดงเป็นป้ายชั่วคราวที่สามารถหมุนเวียนนำไปใช้ได้ โดยการหมุนเวียนเปลี่ยนคันรถไม่ต้องขออนุญาตจากทางราชการ อีกทั้งยังมีสีเข้ม อ่านได้ยากตอนกลางคืน ดังนั้นหากเกิดเหตุอะไรไม่ชอบมาพากลตอนกลางคืน นอกจากจะอ่านเลขทะเบียนยากแล้ว ถ้าอ่านออก การติดตามหรือค้นหารถคันจริงที่ใช้ป้ายนั้นในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ จะยุ่งยากกว่าการตามรถที่มีป้ายถาวรแล้ว
หลายคนบอกว่า ถ้าป้ายแดง อ่านยากตอนกลางคืน ก็น่าจะเปลี่ยนสีป้ายในกลุ่มนี้เพื่อให้ใช้งานได้ 24 ชม. ก็มีส่วนจริง แต่นั่นเป็นแค่ความเห็น เพราะล่าสุดยังไม่มีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายนี้ ตราบใดที่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ประชาชนก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย แม้จะล้าสมัยก็ตาม นอกจากนี้ ถ้ามองในแง่ดี การเข้มงวดการใช้รถป้ายแดงตอนกลางคืน ก็มีผลดีต่อการป้องการกันโจรกรรมบ้างเล็กน้อย เพราะรถใหม่ยังไม่จดทะเบียน มีแต่ป้ายแดง ยากต่อการติดตาม ถ้ามีการสลับป้ายทะเบียนหลังการโจรกรรม
++ชอบ/ไม่ชอบ ป้ายแดง++
บาง คนคิดว่าการใช้รถป้ายแดงมีความเท่ ยิ่งใช้นานเท่าไรยิ่งดี อีกทั้งยังมีพลอยได้ไปถึงราคาขายต่อ หากยื้อใช้ป้ายแดงได้นาน หรือดีมากหากนานข้ามปี เพราะใบคู่มือจดทะเบียนจริง จะแสดงวันที่จดทะเบียนเท่านั้น จะใช้ป้ายแดงมากี่เดือนกี่ปี่ไม่เกี่ยว บางคนไม่ชอบใช้รถป้ายแดง เพราะถ้าใช้ตอนมืด จะต้องลุ้นว่าถ้าเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วจะได้รับการอนุโลมหรือไม่
ขั้น ตอนการจดทะเบียนรถของทางราชการ สามารถเสร็จสิ้นได้ภายในไม่กี่วัน หรืออย่างช้าที่สุดไม่น่าเกินครึ่งเดือน ถ้าช้ากว่านั้นแสดงว่าปัญหาอยู่ที่ผู้ขายหรือผู้นำเนินการ ไม่ใช่ทางราชการ เช่น รอรวบรวมไปดำเนินการพร้อมกันหลายคัน หรือนำเอกสารของรถคันนั้นไปหมุนเวียนเป็นเงิน (บางกรณีหมุนเป็นเงินจนถูกยึด ไม่มีเอกสารมาจดทะเบียนเลยก็มี)
ที่มา :หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระแนรถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระแนรถยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553
แหล่งรวมบริษัท ไฟแนนซ์ สินเชื่อ ลิสซิ่ง
VK Car วีเคลิสซิ่ง รับจัดไฟแนนซ์ จำนำ รถยนต์ อนุมัติ ภายใน 1 วัน |
ภาสพงศ์ ทรัพย์สิน PS-Subsin สถาบันการเงินรับจำนำทะเบียนรถยนต์-จยย. รับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ |
PV. AUTOLEAS ศูนย์รับจำนำ - จัดไฟแนนซ์ ปิดบัญชี - รีไฟแนนซ์ รถยนต์ ไม่เช็คแบล็คลิส อนุมัติเร็ว รับเงินด่วน ภายใน 1-3 วันทำการ |
บริษัท ธนวัฒน์ ลิสซิ่ง จำกัด ศูนย์รับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ถูกกฎหมาย โดยสถาบันการเงินที่เป็นธนาคารเท่านั้น |
J.K. Car Center ศูนย์รวมไฟแนนซ์ รถยนต์ทุกชนิด รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถแท็กซี่ รับจัดไฟแนนซ์และจำนำรถยนต์ ฝากขายรถยนต์ |
เพชรลัดดา ออโต้ลีส ศูนย์รวมไฟแนนซ์รถยนต์ทุกชนิดครบวงจร รับจัดไฟแนนซ์ ย้ายไฟแนนซ์ จำนำเล่มทะเบียน ปิดบัญชี ไถ่ถอนรถยึด ไม่ต้องโอน ไม่ต้องทำประกันภัย |
บริษัท Pro ลิสซิ่ง จำกัด รับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ทุกประเภท รีไฟแนนซ์ ลูกค้า ซื้อขายกันเอง อนุมัติไว รับเงินสดทันที ไม่เช็คแบ็คลิส ไม่คิดค่าจัด ดอกเบี้ยต่ำ |
KA Leasing Car ศูนย์รับจัดไฟแนนซ์ อนุมัติเร็ว รับจัดตั้งแต่ปี 85 - ปัจจุบัน มีปัญหาเรื่อง แบล็กลิสต์ ก็จัดได้ รับทุกอาชีพ ลองโทรปรึกษาเราก่อนได้ |
ลาดปลาเค้าออโต้ลิส รับจัดไฟแนนซ์ จำนำ เล่มทะเบียน รถกระบะ แท็กซี่ ทุกชนิด อนุมัติง่าย ไม่เช็คแบล็คลิส |
tiscomart.com อิสระทางการเงิน ที่คุณสัมผัสได้ เว็บไซด์รวมบริการด้านสินเชื่อที่พร้อมสรรพ ให้คุณเป็นเจ้าของสินทรัพย์ ได้สะดวกง่ายดายพร้อมความรู้สึกปลอดภัยด้วยบริการที่หลากหลาย |
ขั้นตอนการซื้อรถยนต์ใหม่ป้ายแดง
รถ ยนต์เป็นสิ่งที่เกือบทุกคนอยากจะมีไว้ใช้ แต่ทว่าราคาของมันไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถซื้อได้ บางคนเก็บเงินหลายปีกว่าจะซื้อได้ ดังนั้น เราควรจะต้องมีความรู้เรื่องนี้พอสมควร ไม่ควรรีบร้อน ผมเป็นคนหนึ่งที่ซื้อรถยนต์ป้ายแดงครั้งแรก มันก็ไม่ราบรื่นอย่างที่คิดไว้ เจอหลายๆอย่างจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อให้ทุกคนได้รถอย่างที่ตัวเองหวังไว้ เริ่มต้นเลยนะครับ
1. การเลือกรถที่คุณต้องการ ควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นหรือถามผู้รู้และความต้องการของเรา ว่าเราขอบอะไร เพื่ออะไร
ยี่ห้อรถยนต์ เข้าเวบของยี่ห้อนั้นดูข้อมูล เรื่องการให้บริการ ศูนย์บริการ ข่าวไม่ดีต่างๆ
รุ่นรถ รุ่นที่เราชอบ option ต่างๆ ของแต่ละรุ่น ความจำเป็นในการใช้งาน
สีรถ สีที่ชอบและดวงตามความเชื่อ เดี๋ยวจะต้องมาเสียเวลาติดสติกเกอร์รถสีต่างๆเพิ่มอีก
ราคา เราควรประเมินตัวเราเองว่า เราสามารถจ่ายได้ขนาดไหน เมื่อซื้อรถจะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายหรือเปล่า อย่าฟังคนอื่นมาก ฟังหูไว้หู เพราะยังไงเวลาเรามีปัญาเรื่องการเงินคงไม่มีใครมาช่วยจ่าย
2. การเลือกศูนย์บริการที่คุณต้องการเข้าไปซื้อรถ ควรเลือกศูนย์ที่ไว้ใจได้นะครับ เพราะเราต้องอยู่กับศูนย์นั้นหลายปีทีเดียว ขอย้ำว่าหลายปี หากเลือกผิดเราจะช้ำใจไปเลยครับ และจะทำอะไรเกี่ยวกับรถก็ลำบากไปหมด เราจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นศูนย์ที่เราต้องการ ลองพิจารณาตามนี้ดูนะครับ
เป็นตัวแทนจากยี่ห้อรถยนต์ที่เราต้องการจะซื้อ
ประวัติ ของศูนย์ครับ ต้องถามข้อมูลจากคนรอบข้างที่เคยไปใช้บริการ หรือข่าวลือต่างๆ ครับ บางศูนย์เห็นเราเข้าไปเหมือนพระเจ้า บางศูนย์เห็นเราเข้าไปเหมือนขอทาน บางศูนย์เจ้าของเป็นผู้มีอิทธิพล (เวลาเรามีปัญหาหลังจากซื้อรถไป เซลแมนจะเอามาขู่เราด้วย) เลือก ศูนย์ที่มีประวัติดีนะครับ มีคนชมมากกว่าคนด่า ต่อให้ตั้งศูนย์ใหม่แต่เจ้าของคนเดิม ทีมงานเดิม การบริการก็ยังห่วยเหมือนเดิมครับ
ศูนย์บริการใกล้บ้านครับ สะดวกต่อการติดต่อ ประหยัดน้ำมัน
3. การเลือกเซลแมน ขั้นตอนนี้สำคัญมากกว่าการเลือกศูนย์บริการนะครับ เพราะหากเจอเซลที่ดี เซลจะเป็นเหมือนที่ปรึกษาเรื่องรถที่ดีสำหรับคุณที่เดียวและคุณจะได้รถตาม ที่คุณหวัง แต่หากเจอเซลแย่คุณจะโดนโกงสารพัดวิธีที่เดียว เซลแมนคือที่คอยให้คำแนะนำเรื่องรถ ทำสัญญา เตรียมรถให้เรา แต่ที่สำคัญที่สุด เค้าจะต้องขายรถให้เราเพื่อทำกำไรให้ทางบริษัท และค่าคอมมิสชัน กำไรจากส่วนอื่นๆ ที่เราพลาดเผลอไปยอมรับโดยไม่ระวังซึ่งสำคัญกว่าบริการเราซะอีก แล้วเราจะเลือกยังไง
ถ้าเซลเป็นญาติพี่น้องที่ดีต่อเรา จะดีมากเค้าคงเลือกสิ่งดีๆให้พี่น้องกันโดยไม่หวังผลกำไรมากอยู่แล้ว
เพื่อนพี่น้อง แนะนำเซลให้ แสดงว่าคนคนนั้นเคยใช้บริการมาแล้ว เซลคงรักษามาตรฐานการให้บริการที่ดีทุกคน
ใช้น้ำเสียงการให้บริการฟังแล้วรู้สึกสบายใจ แต่หากฟังแล้วขัดหูหรือไม่สบายใจเปลี่ยนคนเถอะ
ขั้นตอนการอธิบายรถ อธิบายแล้วเราเข้าใจ ถามอะไรสามารถตอบได้
อย่าเลือกเพียงเพราะหน้าตา หรือเพราะพูดเพราะ ให้จำสุภาษิตนี้ไว้เลยครับ หน้าเนื้อใจเสือปากหวานก้นเปรี้ยว การเลือกเซลแมน
4. เรื่องของแถม ดูสิว่าเซลให้ของแถมไรเราบ้าง เช่น
น้ำมันเต็มถัง
ส่วนลดเงินสด
เบาะหนัง
ฟิล์มรอบคัน ยี้ห้ออะไร ประกันกี่ปี ติดรุ่นไหนได้บ้าง ราคาที่ติดได้เท่าไร ติดที่ไหน
เคลือบสี+กันสนิม ทำฟรีทุกครั้ง หรือเสียตังค์แต่ละครั้งเท่าไร
ประกันภัยชั้น 1 ฟรีหรือเปล่า
Sensor ถอยหลัง 2 หรือ 4 จุด ไม่ได้ติดจากโรงงาน ต้องถามว่าซื้อของอะไร ติดตั้งที่ไหน รับประกันกี่ปี ซ่อมที่ไหน
อุปกรณ์ แต่งรถ เช่น สปอร์ยเลอร์ กระจังหน้า คิ้วกันสาด สเกิร์ตรอบคัน คิ้วบันไดสแตนเลส ต้องถามว่าซื้อของอะไร ของศูนย์ ของร้าน หรือของแท้ ติดตั้งที่ไหน ส่วนใหญ่เค้าจะแถมของที่ซื้อจากร้าน
ของ อื่นๆ เช่น ผ้าคลุมรถ หมอนผ้าห่ม พรมปูพื้น สายรองเบลท์ อุปกรณ์ฉุกเฉิน ผ้ายางปูพื้น ถาดหลังกันเปื้อน น้ำหอม ชุดทำความสะอาด ที่ล๊อคพวกมาลัย หมอนผ้าห่ม ม่านบังแดด ฯลฯ ผมได้ครบเกือบทุกอย่างตามที่กล่าวมาตั้งแต่ต้น ทำไมเค้าถึงให้ผมเยอะขนาดนี้ มันมีเหตุครับ รับรองเซลเค้าได้มากกว่าที่เสียให้ผม
5. ถามเรื่องประกันภัยชั้น 1 ที่ เค้าให้เรานะครับ ไม่ว่าจะแถมให้ฟรี หรือเราเสียตังค์เอง มันมีส่วนสำคัญมากครับ และรถใหม่ทุกคันที่ผ่อนจะต้องทำครับ เราควรจะถามข้อมูลอะไรบ้างเกี่ยวกับประกันจากเซล หากเซลตอบไม่ได้ หรือเราไม่เข้าใจ ก็อย่าเพิ่งจองนะครับ ให้เราเข้าใจก่อน
เป็นของบริษัทอะไร น่าเชื่อถือหรือเปล่า ใกล้เจ้งไหม
บริษัทประกันนั้นมีข่าวไม่ดีจากลูกค้าหรือเปล่า เช่น บริการไม่ดี บริการช้า
ซ่อมศูนย์ หรือซ๋อมอู่ ถึงจะเป็นประกันชั้น 1 แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถซ่อมได้ทุกที่ เพราะราคาการซ่อมที่ประกันสามารถจ่ายได้บางศูนย์หรือบางอู่ก็รับไม่ได้ อย่างกรณีผม มีศูนย์ยี่ห้อ A 2 ที่ แถวบ้าน แต่ที่หนึ่งรับเคลมไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่อีกที่เมื่อไปเคลมจะมีส่วนต่างที่เราต้องจ่ายเพิ่มเอง แต่ศูนย์ที่รับเคลมที่ไม่มีส่วนต่างรอคิวซ่อมนานเป็นเดือนๆ เราต้องรู้ก่อนเพื่อไม่เสียความรู้สึกภายหลัง
ข้อควรรู้สำหรับมือใหม่ หากรถเราเสียหายโดยไม่มีคู่กรณีเราต้องจ่ายประกันเริ่มต้น 1000 บาท แต่หากมีคู่กรณี คู่กรณีจ่ายครับซ่อมฟรี แต่เสียเวลา
6. ถามเรื่องการทำสินเชื่อ หากเราไม่ได้ซื้อเงินสด ควรถามเรื่องนี้กับเซลด้วยนะครับ เพราะเราต้องทำ สัญญาเช่าซื้อกับธนาคารนั้น สิ่งที่เราควรรู้คือ
บริษัทหรือธนาคารอะไร
ดอกเบี้ยเท่าไร
จำเป็นต้องมีประกันวงเงินสินเชื่อหรือเปล่า
ตอน นี้ก็ลองให้เซลคิดเรื่องเงินเรื่องทองให้ดูเลยนะครับ ว่ามีค่าใช้จ่ายวันรับรถอะไรบ้าง โดยของผมทั้งหมดมันจะมีตามข้างล่าง เงินที่เราจะทำสัญญาเช่าซื้อคือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด-เงินจอง-เงินดาวว์ ครับ
ค่ารถยนต์รุ่นที่เราจอง
ค่าจดทะเบียน
ค่ามัดจำป้ายแดง
ค่าประกันภัยชั้น 1
พ.ร.บ.
ค่าตกแต่ง
ค่าประกันภัยวงเงินสินเชื่อ
7. การจองรถยนต์ ขั้น ตอนนี้เราเริ่มที่จะเสียเงินแล้วนะครับ หากเราพอใจกับตัวรถยนต์รุ่นที่เราต้องการ ของแถมที่เซลจะจัดให้ นิสัยและคำอธิบายของเซล เรื่องประกันชั้น 1 เรา ก็จองรถเลยครับ แต่หากเรายังรู้สึกลังแลก็อย่าเพิ่งจองนะครับ มันไม่ทำให้เซลเสียเวลาหรอกครับ เพราะรถที่เราจะซื้อไม่ใช่คันละบาทสองบาท ไปนอนคิดที่บ้านดีกว่าครับ คราวนี้มีคำถามว่าทำไมต้องจอง เนื่องจากรถมีราคาแพงดังนั้นหากไม่มี Order โรงงานก็จะไม่ผลิต รถมาขาย ดังนั้นเมื่อเราจองรถ เซลจะเก็บหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อไปใช้ประกอบการส่งข้อมูลให้โรงงานผลิตรถยนต์ รถที่ผลิตออกมาคันนั้นจะผลิตตามรุ่นและสี ตามที่เราจองไปทุกประการ หากทำมาแล้วไม่ตรง เรามีสิทธิที่จะไม่เอาและขอค่าจองคืนได้ มีข้อแนะนำดังนี้
อย่าลืมขอใบเสร็จหรือสัญญาการจอง
สัญญาการจองต้องระบุรุ่นและสีของรถที่เราต้องการให้ถูกต้อง
สัญญาการจองต้องเขียนของแถมทุกอย่างให้ครบอย่าบอกปากเปล่า
ตอนนี้ถามเลยครับว่ารถจะมาเมื่อไร และจะติดต่อกลับเราวันไหนระบุให้ชัดเจนเขียนลงในสัญญาเลยครับ
หากเราละเอียดมากๆ แล้วถ้าเซลงอแง หรือแกล้งลืมๆ ไม่จด เราก็บอกไปเลยครับว่ายังไม่จอง อย่ารีบร้อนนะครับ รถไม่ใช่ถูกๆ
หลังจากจองเสร็จก็รอ หากเซลโทรมาเปลี่ยนแปลงเรื่องของแถมก็แล้วแต่เราว่ารับได้ไหม รับไม่ได้ก็ขอเงินจองคืน
8. การตรวจรับรถป้ายแดง แล้วก็ถึงเวลาที่รถเรามาถึง บางที่หากเราติดฟิล์มหรือไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม เซลจะโทรให้ไปรับรถเลย แต่หากเรามีการตกแต่งที่ไม่ได้ทำมาจากโรงงาน เซลจะให้ไปดูรถและตรวจรถที่มาจาโรงงาน ยังไงก็ตามเราควรทำหารตรวจรับรถที่มาจากโรงงานก่อนเริ่มเลยนะครับ
ควรพาผู้เชียวชาญเรื่องรถยนต์ สี และพวกจับผิดเรื่องรถยนต์เก่งๆ เพราะเรามือใหม่
มีแบบฟอร์มการตรวจตาม link นี้เลยครับ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=53788 และควรจะค่อยตรวจที่ละขั้นอย่างละเอียด โดยให้คนที่พาไปด้วยช่วยเราดู อย่าแย่งกันดูนะครับ เดี๋ยวจะเช็คไม่ครบ อย่ากลัวว่าเราจะงี่เง่า รถราคาแพงครับ
ขอดูเอกสารที่รถลงถึงอู่ ว่าวันที่เท่าไร ช่างตรวจรับหรือยัง เค้าจะเรียกว่าใบ Warranty Bosket ครับ หากไม่มี ค่อยมาตรวจใหม่วันหลัง
สำคัญมาก อย่าลืมจดหมายเลขเครื่องเอาไว้ด้วยนะครับ ว่ารถคันนี้เราเช็คแล้ว
ข้อตกลงเรื่องการติดตั้งของอื่นๆ เพิ่มเติม ของแถมตามสัญญาการจองเช่น
ติดฟิล์ม
สปอร์ยเลอร์ กระจังหน้า คิ้วกันสาด สเกิร์ตรอบคัน คิ้วบันไดสแตนเลส
Sensor ถอยหลัง
เบาะหนัง
พวกนี้ต้องรอเช็คอีกรอบวันรับรถ หากติดตั้งเสร็จแล้วให้ตรวจดูความเรียบร้อยดังนี้
ติดฟิล์ม ขอดูใบติดตั้ง ใบรับประกันเขียนถูกต้องเหรือเปล่า มีฟองอากาศหรือเปล่า
สปอร์ ยเลอร์ กระจังหน้า คิ้วกันสาด สเกิร์ตรอบคัน คิ้วบันไดสแตนเลส การติดตั้งเรียบร้อยหรือเปล่า น๊อตที่ใช้เป็นแบบไหน กันสนิมหรือเปล่า ขอบยางหารติดสวยหรือเปล่า ใช่ซิลิโคนอะไร มีรอยหรือเปล่า สีเข้ากับสีรถหรือเปล่า เนื้อละเอียดเหมือนสีรถหรือเปล่า
Sensor ถอยหลัง ทดสอบว่าวัดการถอยหลังยังไง
เบาะหนัง สีตามที่เราต้งการหรือเปล่า ตะเข็บ ติดเรียบเนียนหรือเปล่า
9. ทำสัญญาซื้อขาย หรือสัญญารับรถ ตราบใดที่เรายังไม่เซ็นรับรถ เราก็เหมือนพระเจ้า แต่เมื่อไรก็ตามเราเซ็นรับรถแล้วและเราเอารถออกจากศูนย์ เราเหมือนยาจกทันที ก่อนเว็นควร
รถ สวยงามอย่างที่เราต้องการหรือเปล่า ใช่รุ่นที่เราต้องการหรือเปล่า ไม่ใช่มาจากโรงงานอีกรุ่น มาแต่งเป็นอีกรุ่นที่เราต้องการ มันไม่สมควร
ตรวจตามข้อ 8 อีกรอบ เอาหมายเลขเครื่องมาดูเลยครับว่าหมายเลขเดียวกับที่เราตรวจมาแล้วหรือเปล่า
ตรวจดูการติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งเสริมตามข้อ 8
ของแถมครบหรือเปล่า ไม่ครบรอเซ็นรับวันหลัง
น้ำมันเต็มถังหรือเปล่า
เอกสารต่างๆครบหรือเปล่าเช่น
เอกสารประกันหรือใบเสร็จ
พ.ร.บ. หรือใบเสร็จ
ใบเสร็จค่ามันจำป้ายแดง+สมุดคู่มือป้ายแดง
ป้ายแดงของแท้หรือเปล่า ต้องมีตรา ขส....
เอกสารติดตั้งฟิล์ม และรับประกันฟิล์ม
เอกสารการรับประกันอุปกรณ์รถหรือ Warranty Bosket ที่มีชื่อเราโดยไม่มีรอยลบ ขีด เปลี่ยนแปลงข้อมูล
คู่มือรถ
เอกสารเซ็นต์เตรียมจดทะเบียน จะได้ป้ายขาวเมื่อไร เลือกเลขทะเบียนได้หรือเปล่า หรือต้องติดต่อกับขนส่งเอง
10. ถ้าครบทุกอย่าง ตามที่กล่าวมา ก็รับรถไปได้เลยครับ
แชร์ประสบการณ์ที่ควรระวังนะครับ
ผมมีความเชื่อว่าคนที่ทำไม่ดีมันสามารถที่จะแก้ตัวมาทำดีได้ แต่ไม่สามารถใช้กับนโยบายของศูนย์บริการ A นี้ ได้ครับ ต่อให้ทำศูนย์ใหม่หรือปรับปรุงให้ดีขนาดไหนก็ยังไม่ซื้อสัตย์กับลูกค้าอยู่ ดี เพราะเจ้าของและทีมงานเป็นชุดเดิม เรื่องมีอยู่ว่า ผมตัดสินใจจองรถวันที่ 24 ธ.ค.51 รถที่ผมจองมาจากโรงงานมาวันที่ 23 ม.ค. 52 ผม ตรวจเช็คตามขั้นตอน รถใหม่จากโรงงานจริง ไม่มีการแต่งเพิ่มแต่อย่างไร ฟิล์มก็ไม่ได้ติด ผมยอมรับรถที่ตรวจเสร็จแต่ขาดอย่างเดียวคือไม่ได้จดหมายเลขเครื่อง และผมก็ตกลงเรื่องการแต่งรถ ติดฟิล์ม ตอนแรกจะไม่แต่งแต่เซลให้ส่วนลดหลายพันจนผมยอม วันรับและเซ็นสัญญาผมก็เชื่อใจเซล คือผมรับและเอาออกมาจากศูนย์วันที่ 13 ก.พ. 52 เนื่อง จากรอตกแต่ง พอใช้ไปซักพัก ปรากฏว่าวันที่เราต้องส่งไปรษณีย์เพื่อส่งไปขอรับใบประกันฟิล์ม ปรากฏว่า ฟิล์มถูกติดตั้ง ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 51 ตกใจ เลยครับ ฟิล์มผมติดตั้งก่อนที่ผมจะจองรถซะอีก รถมาก่อนจองเป็นไปได้ยังไง จึงสืบข้อมูลได้ความว่า รถคันนี้คนที่จองท่านเดิมยกเลิกการจองไว้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 51 เป็น รถค้างสต๊อกว่างั่นเถอะ เซลจึงพยายามชักจูงให้ผมแต่งรถให้ได้ตามรถที่ค้างอยู่ ความเชื่อใจทำให้ผมได้รถคนละคันกับที่ผมเช็คไว้ เซลไม่ได้จ่ายรถพลาด เพราะเค้าตั้งใจหลอก เค้าบอกผมว่า อย่าเพิ่งเลื่อนกระจกเพราะฟิล์มเพิ่งติด พูดมาได้ ติดไว้ตั้ง 2เดือนละ หลังจากที่ผมร้องเรียนเซลขออโหสิกรรมจากผม แต่ผมติดว่า คนที่กล้าหลอกคนอื่นอย่างหน้าตาเฉยรู้จักกลัวบาปกรรมเหรอความสวยและปากหวาน ไม่ได้ช่วยทำให้คนเรามีจิตใจดีได้เลย เราเรียกร้องอะไรไม่ได้มากเนื่องจากเจ้าของศูนย์ใหญ่โต ก็ต้องยอมรับเงือนไขที่เค้าเสนอมาเพียงเล็กน้อย แต่ความรู้สึกเราไม่ได้กลับคืนมา และใช่ว่าเค้าจะยอมรับความผิด เค้าบอกว่าเซลทำเหมาะสมแล้ว คือเค้าต้องเคลียร์สต๊อกของเก่าออกไปก่อน เป็นอุดทาหรที่เราควรระวังรูปแบบของเซลขายรถ เซลขายรถเพื่อประโยชน์ของตัวเค้าเอง เพื่อทีมงานของเค้า และศูนย์ของเค้า หากเราไม่ระวัง เราก็จะตกเป็นเหยื่อได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นอย่าไว้ใจเซลและศูนย์ที่มีข่าวไม่ดี
http://chaiwitr.exteen.com/20090317/entry
1. การเลือกรถที่คุณต้องการ ควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นหรือถามผู้รู้และความต้องการของเรา ว่าเราขอบอะไร เพื่ออะไร
ยี่ห้อรถยนต์ เข้าเวบของยี่ห้อนั้นดูข้อมูล เรื่องการให้บริการ ศูนย์บริการ ข่าวไม่ดีต่างๆ
รุ่นรถ รุ่นที่เราชอบ option ต่างๆ ของแต่ละรุ่น ความจำเป็นในการใช้งาน
สีรถ สีที่ชอบและดวงตามความเชื่อ เดี๋ยวจะต้องมาเสียเวลาติดสติกเกอร์รถสีต่างๆเพิ่มอีก
ราคา เราควรประเมินตัวเราเองว่า เราสามารถจ่ายได้ขนาดไหน เมื่อซื้อรถจะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายหรือเปล่า อย่าฟังคนอื่นมาก ฟังหูไว้หู เพราะยังไงเวลาเรามีปัญาเรื่องการเงินคงไม่มีใครมาช่วยจ่าย
2. การเลือกศูนย์บริการที่คุณต้องการเข้าไปซื้อรถ ควรเลือกศูนย์ที่ไว้ใจได้นะครับ เพราะเราต้องอยู่กับศูนย์นั้นหลายปีทีเดียว ขอย้ำว่าหลายปี หากเลือกผิดเราจะช้ำใจไปเลยครับ และจะทำอะไรเกี่ยวกับรถก็ลำบากไปหมด เราจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นศูนย์ที่เราต้องการ ลองพิจารณาตามนี้ดูนะครับ
เป็นตัวแทนจากยี่ห้อรถยนต์ที่เราต้องการจะซื้อ
ประวัติ ของศูนย์ครับ ต้องถามข้อมูลจากคนรอบข้างที่เคยไปใช้บริการ หรือข่าวลือต่างๆ ครับ บางศูนย์เห็นเราเข้าไปเหมือนพระเจ้า บางศูนย์เห็นเราเข้าไปเหมือนขอทาน บางศูนย์เจ้าของเป็นผู้มีอิทธิพล (เวลาเรามีปัญหาหลังจากซื้อรถไป เซลแมนจะเอามาขู่เราด้วย) เลือก ศูนย์ที่มีประวัติดีนะครับ มีคนชมมากกว่าคนด่า ต่อให้ตั้งศูนย์ใหม่แต่เจ้าของคนเดิม ทีมงานเดิม การบริการก็ยังห่วยเหมือนเดิมครับ
ศูนย์บริการใกล้บ้านครับ สะดวกต่อการติดต่อ ประหยัดน้ำมัน
3. การเลือกเซลแมน ขั้นตอนนี้สำคัญมากกว่าการเลือกศูนย์บริการนะครับ เพราะหากเจอเซลที่ดี เซลจะเป็นเหมือนที่ปรึกษาเรื่องรถที่ดีสำหรับคุณที่เดียวและคุณจะได้รถตาม ที่คุณหวัง แต่หากเจอเซลแย่คุณจะโดนโกงสารพัดวิธีที่เดียว เซลแมนคือที่คอยให้คำแนะนำเรื่องรถ ทำสัญญา เตรียมรถให้เรา แต่ที่สำคัญที่สุด เค้าจะต้องขายรถให้เราเพื่อทำกำไรให้ทางบริษัท และค่าคอมมิสชัน กำไรจากส่วนอื่นๆ ที่เราพลาดเผลอไปยอมรับโดยไม่ระวังซึ่งสำคัญกว่าบริการเราซะอีก แล้วเราจะเลือกยังไง
ถ้าเซลเป็นญาติพี่น้องที่ดีต่อเรา จะดีมากเค้าคงเลือกสิ่งดีๆให้พี่น้องกันโดยไม่หวังผลกำไรมากอยู่แล้ว
เพื่อนพี่น้อง แนะนำเซลให้ แสดงว่าคนคนนั้นเคยใช้บริการมาแล้ว เซลคงรักษามาตรฐานการให้บริการที่ดีทุกคน
ใช้น้ำเสียงการให้บริการฟังแล้วรู้สึกสบายใจ แต่หากฟังแล้วขัดหูหรือไม่สบายใจเปลี่ยนคนเถอะ
ขั้นตอนการอธิบายรถ อธิบายแล้วเราเข้าใจ ถามอะไรสามารถตอบได้
อย่าเลือกเพียงเพราะหน้าตา หรือเพราะพูดเพราะ ให้จำสุภาษิตนี้ไว้เลยครับ หน้าเนื้อใจเสือปากหวานก้นเปรี้ยว การเลือกเซลแมน
4. เรื่องของแถม ดูสิว่าเซลให้ของแถมไรเราบ้าง เช่น
น้ำมันเต็มถัง
ส่วนลดเงินสด
เบาะหนัง
ฟิล์มรอบคัน ยี้ห้ออะไร ประกันกี่ปี ติดรุ่นไหนได้บ้าง ราคาที่ติดได้เท่าไร ติดที่ไหน
เคลือบสี+กันสนิม ทำฟรีทุกครั้ง หรือเสียตังค์แต่ละครั้งเท่าไร
ประกันภัยชั้น 1 ฟรีหรือเปล่า
Sensor ถอยหลัง 2 หรือ 4 จุด ไม่ได้ติดจากโรงงาน ต้องถามว่าซื้อของอะไร ติดตั้งที่ไหน รับประกันกี่ปี ซ่อมที่ไหน
อุปกรณ์ แต่งรถ เช่น สปอร์ยเลอร์ กระจังหน้า คิ้วกันสาด สเกิร์ตรอบคัน คิ้วบันไดสแตนเลส ต้องถามว่าซื้อของอะไร ของศูนย์ ของร้าน หรือของแท้ ติดตั้งที่ไหน ส่วนใหญ่เค้าจะแถมของที่ซื้อจากร้าน
ของ อื่นๆ เช่น ผ้าคลุมรถ หมอนผ้าห่ม พรมปูพื้น สายรองเบลท์ อุปกรณ์ฉุกเฉิน ผ้ายางปูพื้น ถาดหลังกันเปื้อน น้ำหอม ชุดทำความสะอาด ที่ล๊อคพวกมาลัย หมอนผ้าห่ม ม่านบังแดด ฯลฯ ผมได้ครบเกือบทุกอย่างตามที่กล่าวมาตั้งแต่ต้น ทำไมเค้าถึงให้ผมเยอะขนาดนี้ มันมีเหตุครับ รับรองเซลเค้าได้มากกว่าที่เสียให้ผม
5. ถามเรื่องประกันภัยชั้น 1 ที่ เค้าให้เรานะครับ ไม่ว่าจะแถมให้ฟรี หรือเราเสียตังค์เอง มันมีส่วนสำคัญมากครับ และรถใหม่ทุกคันที่ผ่อนจะต้องทำครับ เราควรจะถามข้อมูลอะไรบ้างเกี่ยวกับประกันจากเซล หากเซลตอบไม่ได้ หรือเราไม่เข้าใจ ก็อย่าเพิ่งจองนะครับ ให้เราเข้าใจก่อน
เป็นของบริษัทอะไร น่าเชื่อถือหรือเปล่า ใกล้เจ้งไหม
บริษัทประกันนั้นมีข่าวไม่ดีจากลูกค้าหรือเปล่า เช่น บริการไม่ดี บริการช้า
ซ่อมศูนย์ หรือซ๋อมอู่ ถึงจะเป็นประกันชั้น 1 แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถซ่อมได้ทุกที่ เพราะราคาการซ่อมที่ประกันสามารถจ่ายได้บางศูนย์หรือบางอู่ก็รับไม่ได้ อย่างกรณีผม มีศูนย์ยี่ห้อ A 2 ที่ แถวบ้าน แต่ที่หนึ่งรับเคลมไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่อีกที่เมื่อไปเคลมจะมีส่วนต่างที่เราต้องจ่ายเพิ่มเอง แต่ศูนย์ที่รับเคลมที่ไม่มีส่วนต่างรอคิวซ่อมนานเป็นเดือนๆ เราต้องรู้ก่อนเพื่อไม่เสียความรู้สึกภายหลัง
ข้อควรรู้สำหรับมือใหม่ หากรถเราเสียหายโดยไม่มีคู่กรณีเราต้องจ่ายประกันเริ่มต้น 1000 บาท แต่หากมีคู่กรณี คู่กรณีจ่ายครับซ่อมฟรี แต่เสียเวลา
6. ถามเรื่องการทำสินเชื่อ หากเราไม่ได้ซื้อเงินสด ควรถามเรื่องนี้กับเซลด้วยนะครับ เพราะเราต้องทำ สัญญาเช่าซื้อกับธนาคารนั้น สิ่งที่เราควรรู้คือ
บริษัทหรือธนาคารอะไร
ดอกเบี้ยเท่าไร
จำเป็นต้องมีประกันวงเงินสินเชื่อหรือเปล่า
ตอน นี้ก็ลองให้เซลคิดเรื่องเงินเรื่องทองให้ดูเลยนะครับ ว่ามีค่าใช้จ่ายวันรับรถอะไรบ้าง โดยของผมทั้งหมดมันจะมีตามข้างล่าง เงินที่เราจะทำสัญญาเช่าซื้อคือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด-เงินจอง-เงินดาวว์ ครับ
ค่ารถยนต์รุ่นที่เราจอง
ค่าจดทะเบียน
ค่ามัดจำป้ายแดง
ค่าประกันภัยชั้น 1
พ.ร.บ.
ค่าตกแต่ง
ค่าประกันภัยวงเงินสินเชื่อ
7. การจองรถยนต์ ขั้น ตอนนี้เราเริ่มที่จะเสียเงินแล้วนะครับ หากเราพอใจกับตัวรถยนต์รุ่นที่เราต้องการ ของแถมที่เซลจะจัดให้ นิสัยและคำอธิบายของเซล เรื่องประกันชั้น 1 เรา ก็จองรถเลยครับ แต่หากเรายังรู้สึกลังแลก็อย่าเพิ่งจองนะครับ มันไม่ทำให้เซลเสียเวลาหรอกครับ เพราะรถที่เราจะซื้อไม่ใช่คันละบาทสองบาท ไปนอนคิดที่บ้านดีกว่าครับ คราวนี้มีคำถามว่าทำไมต้องจอง เนื่องจากรถมีราคาแพงดังนั้นหากไม่มี Order โรงงานก็จะไม่ผลิต รถมาขาย ดังนั้นเมื่อเราจองรถ เซลจะเก็บหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อไปใช้ประกอบการส่งข้อมูลให้โรงงานผลิตรถยนต์ รถที่ผลิตออกมาคันนั้นจะผลิตตามรุ่นและสี ตามที่เราจองไปทุกประการ หากทำมาแล้วไม่ตรง เรามีสิทธิที่จะไม่เอาและขอค่าจองคืนได้ มีข้อแนะนำดังนี้
อย่าลืมขอใบเสร็จหรือสัญญาการจอง
สัญญาการจองต้องระบุรุ่นและสีของรถที่เราต้องการให้ถูกต้อง
สัญญาการจองต้องเขียนของแถมทุกอย่างให้ครบอย่าบอกปากเปล่า
ตอนนี้ถามเลยครับว่ารถจะมาเมื่อไร และจะติดต่อกลับเราวันไหนระบุให้ชัดเจนเขียนลงในสัญญาเลยครับ
หากเราละเอียดมากๆ แล้วถ้าเซลงอแง หรือแกล้งลืมๆ ไม่จด เราก็บอกไปเลยครับว่ายังไม่จอง อย่ารีบร้อนนะครับ รถไม่ใช่ถูกๆ
หลังจากจองเสร็จก็รอ หากเซลโทรมาเปลี่ยนแปลงเรื่องของแถมก็แล้วแต่เราว่ารับได้ไหม รับไม่ได้ก็ขอเงินจองคืน
8. การตรวจรับรถป้ายแดง แล้วก็ถึงเวลาที่รถเรามาถึง บางที่หากเราติดฟิล์มหรือไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม เซลจะโทรให้ไปรับรถเลย แต่หากเรามีการตกแต่งที่ไม่ได้ทำมาจากโรงงาน เซลจะให้ไปดูรถและตรวจรถที่มาจาโรงงาน ยังไงก็ตามเราควรทำหารตรวจรับรถที่มาจากโรงงานก่อนเริ่มเลยนะครับ
ควรพาผู้เชียวชาญเรื่องรถยนต์ สี และพวกจับผิดเรื่องรถยนต์เก่งๆ เพราะเรามือใหม่
มีแบบฟอร์มการตรวจตาม link นี้เลยครับ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=53788 และควรจะค่อยตรวจที่ละขั้นอย่างละเอียด โดยให้คนที่พาไปด้วยช่วยเราดู อย่าแย่งกันดูนะครับ เดี๋ยวจะเช็คไม่ครบ อย่ากลัวว่าเราจะงี่เง่า รถราคาแพงครับ
ขอดูเอกสารที่รถลงถึงอู่ ว่าวันที่เท่าไร ช่างตรวจรับหรือยัง เค้าจะเรียกว่าใบ Warranty Bosket ครับ หากไม่มี ค่อยมาตรวจใหม่วันหลัง
สำคัญมาก อย่าลืมจดหมายเลขเครื่องเอาไว้ด้วยนะครับ ว่ารถคันนี้เราเช็คแล้ว
ข้อตกลงเรื่องการติดตั้งของอื่นๆ เพิ่มเติม ของแถมตามสัญญาการจองเช่น
ติดฟิล์ม
สปอร์ยเลอร์ กระจังหน้า คิ้วกันสาด สเกิร์ตรอบคัน คิ้วบันไดสแตนเลส
Sensor ถอยหลัง
เบาะหนัง
พวกนี้ต้องรอเช็คอีกรอบวันรับรถ หากติดตั้งเสร็จแล้วให้ตรวจดูความเรียบร้อยดังนี้
ติดฟิล์ม ขอดูใบติดตั้ง ใบรับประกันเขียนถูกต้องเหรือเปล่า มีฟองอากาศหรือเปล่า
สปอร์ ยเลอร์ กระจังหน้า คิ้วกันสาด สเกิร์ตรอบคัน คิ้วบันไดสแตนเลส การติดตั้งเรียบร้อยหรือเปล่า น๊อตที่ใช้เป็นแบบไหน กันสนิมหรือเปล่า ขอบยางหารติดสวยหรือเปล่า ใช่ซิลิโคนอะไร มีรอยหรือเปล่า สีเข้ากับสีรถหรือเปล่า เนื้อละเอียดเหมือนสีรถหรือเปล่า
Sensor ถอยหลัง ทดสอบว่าวัดการถอยหลังยังไง
เบาะหนัง สีตามที่เราต้งการหรือเปล่า ตะเข็บ ติดเรียบเนียนหรือเปล่า
9. ทำสัญญาซื้อขาย หรือสัญญารับรถ ตราบใดที่เรายังไม่เซ็นรับรถ เราก็เหมือนพระเจ้า แต่เมื่อไรก็ตามเราเซ็นรับรถแล้วและเราเอารถออกจากศูนย์ เราเหมือนยาจกทันที ก่อนเว็นควร
รถ สวยงามอย่างที่เราต้องการหรือเปล่า ใช่รุ่นที่เราต้องการหรือเปล่า ไม่ใช่มาจากโรงงานอีกรุ่น มาแต่งเป็นอีกรุ่นที่เราต้องการ มันไม่สมควร
ตรวจตามข้อ 8 อีกรอบ เอาหมายเลขเครื่องมาดูเลยครับว่าหมายเลขเดียวกับที่เราตรวจมาแล้วหรือเปล่า
ตรวจดูการติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งเสริมตามข้อ 8
ของแถมครบหรือเปล่า ไม่ครบรอเซ็นรับวันหลัง
น้ำมันเต็มถังหรือเปล่า
เอกสารต่างๆครบหรือเปล่าเช่น
เอกสารประกันหรือใบเสร็จ
พ.ร.บ. หรือใบเสร็จ
ใบเสร็จค่ามันจำป้ายแดง+สมุดคู่มือป้ายแดง
ป้ายแดงของแท้หรือเปล่า ต้องมีตรา ขส....
เอกสารติดตั้งฟิล์ม และรับประกันฟิล์ม
เอกสารการรับประกันอุปกรณ์รถหรือ Warranty Bosket ที่มีชื่อเราโดยไม่มีรอยลบ ขีด เปลี่ยนแปลงข้อมูล
คู่มือรถ
เอกสารเซ็นต์เตรียมจดทะเบียน จะได้ป้ายขาวเมื่อไร เลือกเลขทะเบียนได้หรือเปล่า หรือต้องติดต่อกับขนส่งเอง
10. ถ้าครบทุกอย่าง ตามที่กล่าวมา ก็รับรถไปได้เลยครับ
แชร์ประสบการณ์ที่ควรระวังนะครับ
ผมมีความเชื่อว่าคนที่ทำไม่ดีมันสามารถที่จะแก้ตัวมาทำดีได้ แต่ไม่สามารถใช้กับนโยบายของศูนย์บริการ A นี้ ได้ครับ ต่อให้ทำศูนย์ใหม่หรือปรับปรุงให้ดีขนาดไหนก็ยังไม่ซื้อสัตย์กับลูกค้าอยู่ ดี เพราะเจ้าของและทีมงานเป็นชุดเดิม เรื่องมีอยู่ว่า ผมตัดสินใจจองรถวันที่ 24 ธ.ค.51 รถที่ผมจองมาจากโรงงานมาวันที่ 23 ม.ค. 52 ผม ตรวจเช็คตามขั้นตอน รถใหม่จากโรงงานจริง ไม่มีการแต่งเพิ่มแต่อย่างไร ฟิล์มก็ไม่ได้ติด ผมยอมรับรถที่ตรวจเสร็จแต่ขาดอย่างเดียวคือไม่ได้จดหมายเลขเครื่อง และผมก็ตกลงเรื่องการแต่งรถ ติดฟิล์ม ตอนแรกจะไม่แต่งแต่เซลให้ส่วนลดหลายพันจนผมยอม วันรับและเซ็นสัญญาผมก็เชื่อใจเซล คือผมรับและเอาออกมาจากศูนย์วันที่ 13 ก.พ. 52 เนื่อง จากรอตกแต่ง พอใช้ไปซักพัก ปรากฏว่าวันที่เราต้องส่งไปรษณีย์เพื่อส่งไปขอรับใบประกันฟิล์ม ปรากฏว่า ฟิล์มถูกติดตั้ง ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 51 ตกใจ เลยครับ ฟิล์มผมติดตั้งก่อนที่ผมจะจองรถซะอีก รถมาก่อนจองเป็นไปได้ยังไง จึงสืบข้อมูลได้ความว่า รถคันนี้คนที่จองท่านเดิมยกเลิกการจองไว้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 51 เป็น รถค้างสต๊อกว่างั่นเถอะ เซลจึงพยายามชักจูงให้ผมแต่งรถให้ได้ตามรถที่ค้างอยู่ ความเชื่อใจทำให้ผมได้รถคนละคันกับที่ผมเช็คไว้ เซลไม่ได้จ่ายรถพลาด เพราะเค้าตั้งใจหลอก เค้าบอกผมว่า อย่าเพิ่งเลื่อนกระจกเพราะฟิล์มเพิ่งติด พูดมาได้ ติดไว้ตั้ง 2เดือนละ หลังจากที่ผมร้องเรียนเซลขออโหสิกรรมจากผม แต่ผมติดว่า คนที่กล้าหลอกคนอื่นอย่างหน้าตาเฉยรู้จักกลัวบาปกรรมเหรอความสวยและปากหวาน ไม่ได้ช่วยทำให้คนเรามีจิตใจดีได้เลย เราเรียกร้องอะไรไม่ได้มากเนื่องจากเจ้าของศูนย์ใหญ่โต ก็ต้องยอมรับเงือนไขที่เค้าเสนอมาเพียงเล็กน้อย แต่ความรู้สึกเราไม่ได้กลับคืนมา และใช่ว่าเค้าจะยอมรับความผิด เค้าบอกว่าเซลทำเหมาะสมแล้ว คือเค้าต้องเคลียร์สต๊อกของเก่าออกไปก่อน เป็นอุดทาหรที่เราควรระวังรูปแบบของเซลขายรถ เซลขายรถเพื่อประโยชน์ของตัวเค้าเอง เพื่อทีมงานของเค้า และศูนย์ของเค้า หากเราไม่ระวัง เราก็จะตกเป็นเหยื่อได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นอย่าไว้ใจเซลและศูนย์ที่มีข่าวไม่ดี
http://chaiwitr.exteen.com/20090317/entry
ยี่ห้อรถที่ชอบบอกนิสัยเจ้าของ
ยี่ห้อรถที่คุณใช้อยู่ปัจจุบันนี้ บอกนิสัยของเจ้าของได้ดีเลยทีเดียวค่ะ ไม่เชื่อมาดูกันว่าแม่นหรือไม่แม่นค่ะ
BMW
เป็นผู้อ่อนโยนอ่อนหวานแต่ลึกๆเปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลต่างๆ มักจะมีนิสัยเจ้าชู้ประเภทปากว่าตาขยิบ แต่ถ้า หากรักใครซักคนก็จะรักแบบหัวปักหัวปำเลยแหละ
ถ้าไม่ใช่เสี่ยมือเติบก้อหนุ่มขี้หลีโดยประมาณ เป็นคนมุ มานะสูง จะจีบสาวคนใดถ้ามุ่งมั่นไปแล้วก็จะจีบให้ได้ เป็นคนเซ็กส์จัด ชอบพูดจาตลกลามก แต่ดูอบอุ่น เมื่ออยู่ใกล้ๆ
CITRONE
เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มักจะมองผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าตัวเอง ยึดถือคติ ไวน์ยิ่งแก่ยิ่งรสดี แต่ไม่ชอบดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่
มักจะมองคนลึกๆไม่มองเพียงภายนอก ถ้าจะคบผู้หญิงจะคบที่หัวใจเท่านั้น แต่เป็นคนที่ขี้เบื่อง่าย ทำอะไรจึงไม่ค่อยสำเร็จ
MERCEDES – BENZ
ผู้ชายที่อบอุ่น มีแต่การให้ โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนมากนัก แต่ก็หวังไว้ลึกๆว่าจะได้ผลนั้นตอบแทน เป็น คนที่ไม่ค่อยพูด แต่เวลาพูดจะพูดไม่หยุด เวลาเมาจะชอบพูดๆๆ
แล้วก้อพูดเกินความจำเป็น ลึกๆเป็นคน สุขุม เป็นประเภทที่ว่า แอบพกถุงยางอานามัยไว้ในกระเป๋า ในเก๊หน้ารถมียาคุมฉุกเฉิน มักจะเป็นคนที่ มองการไกล หวังถึงอนาคตข้างหน้ามากกว่าปัจจุบัน
FERRARI
ราชัญแห่งม้าพยศ ไม่เกรงกลัวอำนาจใคร มักเป็นคนที่มีอำนาจใหญ่ แต่จะไม่เบ่งถ้าไม่จำเป็น เป็น ลูกเศรฐี หรือไม่ก็อาเสี่ยแก่ๆ ที่ออกมาจับสาวรุ่นราววัยคราวเดียวกับลูกตัวเอง
เป็นคนที่พดจาเกรงใจคนอื่นแต่คำพูดแต่ละคำนั้นล้วนมีความหมาย จะเจ้าชู้แต่เวลาคบใคร จะคบทีละคน
LAMBORGHINI
เวลาขับรถจะไม่มองคันอื่น เพราะคิดว่าตัวเองเลิศที่สุดแล้ว มักจะมองผู้หญิงที่ฐานะต่ำกว่าตนเอง ไม่ ชอบอยู่ในกฏระเบียบ ออกจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าหนุ่มเฟอรารี่ แต่ส่วนมากจะนิสัยดีพูดจาไพเราะ การ วางตัวดูมีอำนาจ
AUDI
เป็นคนที่พูดจากระโชกโฮกฮาก ไม่พอใจใครจะพูดออกไปตรงๆ รักครอบครัวเป็นที่สุด แต่จะแอบมีเล็กมี น้อยบ้าง แต่ส่วนมากเป็นคนปากกับใจไม่ตรงกัน ถึงจะพูดอีกอย่างก็ทำอีกอย่าง หรือเรียกง่ายๆ ชอบขู่ แต่ไม่ทำ
CHEVROLET
เป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน วันหยุดมักจะพาครอบครัวไปเที่ยว เป็นคนที่อบอุ่นยามอยู่ใกล้ ยามอยู่ ไกลก็จะคิดถึง ดูรวมๆแล้วจะเป็นคนเงียบๆ แต่จะเซ็กส์จัดเช่นเดียวกับหนุ่มBMW
FORD
เป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง แต่จะชอบพูดปิดบังเสมอ ถ้าไม่รู้จักใครมักจะไม่เปิดเผยตัวตนของตัว เอง เป็นคนที่ลึกลับ
ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครรบกวน จะไม่ตอบโต้ใคร แต่เมื่อจำ เป็นจะสวมบทโหดทันที เป็นหนุ่มที่ไม่มีรสนิยมในเซ็กส์นัก เพราะฉนั้นชีวิตเซ็กส์จึงดูจืดชืด
TOYOTA
เป็นคนที่เจ้าชู้พอสมควร แต่จะมีความอดทนสูง ชอบดูถูกผู้อื่น แต่จะมีน้ำใจเมื่ออยู่บนถนน เป็นคนมักมาก โลภมาก แต่ไม่ชอบได้อะไรฟรีๆ ต้องการทำด้วยตนเอง ชอบพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็น เป็นคนที่เปิด เผยมาก มีรสนิยมเซ็กส์พิสดาร
HONDA
เป็นคนเจ้าระเบียบ เรื่องมากเป็นที่สุด ชอบยืนอยู่หน้ากระจกแล้วชมว่าตัวเองหล่อ ดูดี ชอบถามคนอื่น ว่าตัวเองเป็นอย่างไร ทำอะไรจะแคร์ความรู้สึกคนอื่นเสมอๆ แม้จะจุกจิก แต่ก็ซ่อนไว้ด้วยความอ่อน หวาน ชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินตัว
NISSAN
เป็นคนที่เย่อหยิ่ง พูดจาไม่เกรงใจคนอื่น ไม่แคร์ใคร แถมยังชอบนินทาคนอื่นลับหลัง ยามเมื่อต้องการ อะไรจะบอกตรงๆ แต่จะเป็นผู้ชายตรงๆที่ไม่อ้อมค้อม ลึกๆแล้วมักจะเป็นคนที่ชอบคิดมากเรื่องความรัก ไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง
MITSUBISHI
เป็นคนรักครอบครัวมากๆ ทำอะไรก็ต้องเอาครอบครัวไว้ก่อน เป็นคนขี้อายที่ชอบส่งยิ้มให้คนผ่านไปมา เป็นคนอารมณ์ดีเสมอ
แต่เมื่อโกรธจะสุดๆ เกลียดการรังแกผู้อื่น จะสู้เมื่อจำเป็น ไม่ชอบใช้กำลัง จะ ชอบผู้หญิงที่เด็กกว่า แต่ถ้ารักใครจริงๆแล้ว จะไม่มีวันลืมคนนั้นเลย
VOLVO
เป็นชายหนุ่มลึกลับผู้มีความสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ชอบให้ใครสรรเสิญยกย่อง ชอบความยุติธรรมชอบลง ทุนและรอกำไร เป็นคนที่ถามคำตอบคำพูดจาน้อย ไม่ชอบสบตาคน ขี้อาย แต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ลึกๆที่หวังกำไรระยะยาว
VOLKSWAGEN
ชายหนุ่มสุดโรแมนติก ชอบอะไรแปลกๆ ที่ไม่ซ้ำใคร มีไลฟ์ไสตล์แบบไม่เหมือนใคร เป็นคนชอบความตื่น เต้น ไม่ชอบทำอะไรลำบากนัก
มักจะเป็นคนขี้เกียด ไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่ตนมี ได้คืบจะเอาศอก เป็นคน ปากแข็ง ที่ไม่ค่อยพูดหวานนัก แต่โดยรวมชอบทำตัวโรแมนติก
ที่มา http://www.car4ur.com/article-61.php
BMW
เป็นผู้อ่อนโยนอ่อนหวานแต่ลึกๆเปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลต่างๆ มักจะมีนิสัยเจ้าชู้ประเภทปากว่าตาขยิบ แต่ถ้า หากรักใครซักคนก็จะรักแบบหัวปักหัวปำเลยแหละ
ถ้าไม่ใช่เสี่ยมือเติบก้อหนุ่มขี้หลีโดยประมาณ เป็นคนมุ มานะสูง จะจีบสาวคนใดถ้ามุ่งมั่นไปแล้วก็จะจีบให้ได้ เป็นคนเซ็กส์จัด ชอบพูดจาตลกลามก แต่ดูอบอุ่น เมื่ออยู่ใกล้ๆ
CITRONE
เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มักจะมองผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าตัวเอง ยึดถือคติ ไวน์ยิ่งแก่ยิ่งรสดี แต่ไม่ชอบดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่
มักจะมองคนลึกๆไม่มองเพียงภายนอก ถ้าจะคบผู้หญิงจะคบที่หัวใจเท่านั้น แต่เป็นคนที่ขี้เบื่อง่าย ทำอะไรจึงไม่ค่อยสำเร็จ
MERCEDES – BENZ
ผู้ชายที่อบอุ่น มีแต่การให้ โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนมากนัก แต่ก็หวังไว้ลึกๆว่าจะได้ผลนั้นตอบแทน เป็น คนที่ไม่ค่อยพูด แต่เวลาพูดจะพูดไม่หยุด เวลาเมาจะชอบพูดๆๆ
แล้วก้อพูดเกินความจำเป็น ลึกๆเป็นคน สุขุม เป็นประเภทที่ว่า แอบพกถุงยางอานามัยไว้ในกระเป๋า ในเก๊หน้ารถมียาคุมฉุกเฉิน มักจะเป็นคนที่ มองการไกล หวังถึงอนาคตข้างหน้ามากกว่าปัจจุบัน
FERRARI
ราชัญแห่งม้าพยศ ไม่เกรงกลัวอำนาจใคร มักเป็นคนที่มีอำนาจใหญ่ แต่จะไม่เบ่งถ้าไม่จำเป็น เป็น ลูกเศรฐี หรือไม่ก็อาเสี่ยแก่ๆ ที่ออกมาจับสาวรุ่นราววัยคราวเดียวกับลูกตัวเอง
เป็นคนที่พดจาเกรงใจคนอื่นแต่คำพูดแต่ละคำนั้นล้วนมีความหมาย จะเจ้าชู้แต่เวลาคบใคร จะคบทีละคน
LAMBORGHINI
เวลาขับรถจะไม่มองคันอื่น เพราะคิดว่าตัวเองเลิศที่สุดแล้ว มักจะมองผู้หญิงที่ฐานะต่ำกว่าตนเอง ไม่ ชอบอยู่ในกฏระเบียบ ออกจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าหนุ่มเฟอรารี่ แต่ส่วนมากจะนิสัยดีพูดจาไพเราะ การ วางตัวดูมีอำนาจ
AUDI
เป็นคนที่พูดจากระโชกโฮกฮาก ไม่พอใจใครจะพูดออกไปตรงๆ รักครอบครัวเป็นที่สุด แต่จะแอบมีเล็กมี น้อยบ้าง แต่ส่วนมากเป็นคนปากกับใจไม่ตรงกัน ถึงจะพูดอีกอย่างก็ทำอีกอย่าง หรือเรียกง่ายๆ ชอบขู่ แต่ไม่ทำ
CHEVROLET
เป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน วันหยุดมักจะพาครอบครัวไปเที่ยว เป็นคนที่อบอุ่นยามอยู่ใกล้ ยามอยู่ ไกลก็จะคิดถึง ดูรวมๆแล้วจะเป็นคนเงียบๆ แต่จะเซ็กส์จัดเช่นเดียวกับหนุ่มBMW
FORD
เป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง แต่จะชอบพูดปิดบังเสมอ ถ้าไม่รู้จักใครมักจะไม่เปิดเผยตัวตนของตัว เอง เป็นคนที่ลึกลับ
ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครรบกวน จะไม่ตอบโต้ใคร แต่เมื่อจำ เป็นจะสวมบทโหดทันที เป็นหนุ่มที่ไม่มีรสนิยมในเซ็กส์นัก เพราะฉนั้นชีวิตเซ็กส์จึงดูจืดชืด
TOYOTA
เป็นคนที่เจ้าชู้พอสมควร แต่จะมีความอดทนสูง ชอบดูถูกผู้อื่น แต่จะมีน้ำใจเมื่ออยู่บนถนน เป็นคนมักมาก โลภมาก แต่ไม่ชอบได้อะไรฟรีๆ ต้องการทำด้วยตนเอง ชอบพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็น เป็นคนที่เปิด เผยมาก มีรสนิยมเซ็กส์พิสดาร
HONDA
เป็นคนเจ้าระเบียบ เรื่องมากเป็นที่สุด ชอบยืนอยู่หน้ากระจกแล้วชมว่าตัวเองหล่อ ดูดี ชอบถามคนอื่น ว่าตัวเองเป็นอย่างไร ทำอะไรจะแคร์ความรู้สึกคนอื่นเสมอๆ แม้จะจุกจิก แต่ก็ซ่อนไว้ด้วยความอ่อน หวาน ชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินตัว
NISSAN
เป็นคนที่เย่อหยิ่ง พูดจาไม่เกรงใจคนอื่น ไม่แคร์ใคร แถมยังชอบนินทาคนอื่นลับหลัง ยามเมื่อต้องการ อะไรจะบอกตรงๆ แต่จะเป็นผู้ชายตรงๆที่ไม่อ้อมค้อม ลึกๆแล้วมักจะเป็นคนที่ชอบคิดมากเรื่องความรัก ไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง
MITSUBISHI
เป็นคนรักครอบครัวมากๆ ทำอะไรก็ต้องเอาครอบครัวไว้ก่อน เป็นคนขี้อายที่ชอบส่งยิ้มให้คนผ่านไปมา เป็นคนอารมณ์ดีเสมอ
แต่เมื่อโกรธจะสุดๆ เกลียดการรังแกผู้อื่น จะสู้เมื่อจำเป็น ไม่ชอบใช้กำลัง จะ ชอบผู้หญิงที่เด็กกว่า แต่ถ้ารักใครจริงๆแล้ว จะไม่มีวันลืมคนนั้นเลย
VOLVO
เป็นชายหนุ่มลึกลับผู้มีความสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ชอบให้ใครสรรเสิญยกย่อง ชอบความยุติธรรมชอบลง ทุนและรอกำไร เป็นคนที่ถามคำตอบคำพูดจาน้อย ไม่ชอบสบตาคน ขี้อาย แต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ลึกๆที่หวังกำไรระยะยาว
VOLKSWAGEN
ชายหนุ่มสุดโรแมนติก ชอบอะไรแปลกๆ ที่ไม่ซ้ำใคร มีไลฟ์ไสตล์แบบไม่เหมือนใคร เป็นคนชอบความตื่น เต้น ไม่ชอบทำอะไรลำบากนัก
มักจะเป็นคนขี้เกียด ไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่ตนมี ได้คืบจะเอาศอก เป็นคน ปากแข็ง ที่ไม่ค่อยพูดหวานนัก แต่โดยรวมชอบทำตัวโรแมนติก
ที่มา http://www.car4ur.com/article-61.php
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกัยรถยนต์ใช้แก็ส
ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หมายถึง ก๊าซไฮโดรคาร์บอนเหลว
แหล่งที่มาของก๊าซปิโตรเลียมเหลวมี 2 แหล่ง ได้แก่
1. ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งจะได้ก๊าซโปรเปนและบิวเทนประมาณ 1-2% แต่ก่อนที่จะนำ น้ำมันดิบเข้ากลั่น ต้องแยกน้ำและเกลือแร่ที่ปนอยู่ออกเสียก่อน หลักจากนั้นนำน้ำมันดิบมาให้ความร้อนจนมีอุณหภูมิประมาณ 340-400 OC จากนั้นจะถูกส่งเข้าสู่หอกลั่น ซึ่งภายในประกอบด้วยถาด (tray) เป็นชั้น ๆ หลายสิบชั้น ไอร้อนที่ลอยขึ้นไป เมื่อเย็นตัวลงจะกลั่นตัวเป็น ของเหลวบนถาดตามชั้นต่าง ๆ และจะอยู่ชั้นใดขึ้นอยู่กับช่วงจุดเดือนต่ำจะลอยขึ้นสู่เบื้องบนของหอกลั่น คือไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซ (LPG รวมอยู่ในส่วนนี้ด้วย) ส่วนไฮโดรคาร์บอนที่มีจุดเดือนปานกลางและสูงก็จะแยกตัวออกมาทางตอนกลางและ ตอนล่างของหอกลั่น ซึ่งได้แก่แนพทา (naphtha) น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา ตามลำดับ
ไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซที่ออกจากด้านบนของหอกลั่นรวมเรียกว่า “ก๊าซปิโตรเลียม” ซึ่งประกอบด้วยส่วนผสมของ ก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอน 1 อะตอม ถึง 4 อะตอมและมีก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไนโตรเจน (N2) ไฮโดรเจน (H2) และอื่น ๆ ปนอยู่ จำเป็นต้องกำจัดหรือแยกออกโดยนำก๊าซปิโตรเลียมผ่านเข้าหน่วยแยกก๊าซแอลพีจี (gas recovery unit) เพื่อแยกเอาโปรเปนและบิวแทน (หรือแอลพีจี) ออกมา จากนั้นแอลพีจีจะถูกส่งเข้าหน่วยฟอก ซึ่งใช้โซดาไฟ (caustic soda) เพื่อแยกเอากรด (acid gas) เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออก หลังจากนั้นแอลพีจีจะถูกส่งไปเก็บในถังเก็บและมีสภาพเป็นของเหลวภายใต้ความ ดัน
2. ได้จากกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะมีก๊าซโปรเปนและบิวเทนในก๊าซธรรมชาติประมาณ 6-10% ก๊าซธรรมชาติ ที่นำขึ้นมาจะส่งเข้าสู่โรงแยกก๊าซ (gas separation plant) เพื่อทำการแยกเอาสารไฮโดรคาร์บอนที่มีอยู่ในก๊าซธรรมชาติ ออกเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ คือ มีเทน (methane) อีเทน (ethane) โปรเปน (propane) บิวเทน (butane) แอลพีจี (liquefied petroleum gas) และก๊าซโซลีนธรรมชาติ (natural gasoline , NGL) กระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ เริ่มต้นด้วยการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และน้ำที่เจือปน อยู่ในก๊าซธรรมชาติออกก่อน โดยกระบวนการ Benfield ซึ่งใช้โปตัสเซียมคาร์บอเนต (K2CO3) เป็นตัวจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และกระบวนการดูดซับ (absorption process) โดยใช้สารจำพวก molecular sieve ซึ่งมีลักษณะเป็นรูพรุน ทำหน้าที่ดูดซับน้ำ ก๊าซธรรมชาติที่แห้งจากหน่วยนี้จะผ่านเข้าไปใน turbo-expander เพื่อลดอุณหภูมิจาก 250OK เป็น 170OK และลดความดันลงจาก 43 บาร์ เป็น 16 บาร์ก่อนแล้วจึงเข้าสู่หอแยกมีเทน (de-methanizer) มีเทนจะถูกกลั่นแยกออกไป และส่วนที่เหลือคือส่วนผสมของ ก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอนตั้งแต่ 2 อะตอมขึ้นไป (ethane plus stream) ซึ่งอยู่ในสถานะของเหลวและจะออกทางส่วนล่างของหอ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวหอดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่หอแยกอีเทน (de-ethanizer) และหอแยกโปรเปน (de-propanizer) เพื่อแยกอีเทนและโปรเปนออกตามลำดับต่อไป ในหอแยกโปรเปนนี้ โปรเปนจะถูกแยกออกทางด้านบนของหอ ส่วนแอพีจี ซึ่งเป็นส่วนผสมของโปรเปนและบิวเทนจะถูกแยกออกมาจากส่วนกลางของหอ และส่วนผลิตภัณฑ์ที่ออกจากหอทางด้านล่างคือ ก๊าซโซลีนธรรมชาติ (natural gasoline)
การทำงานของเครื่องยนต์ ที่ใช้ GAS LPG
ณ. ปัจจุบันราคาของเชื้อเพลิงขยับตัวขึ้นสูงขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันเเก๊สโซลีน ไม่ว่าจะเป็น 91 หรือ 95 ทุกคนก็ทราบอยู่เเล้วว่าเเนวทางเป็นอย่างไร ดังนั้น ทำให้การใช้พลังงานทดเเทน ในการขับเคลื่อนของรถยนต์ (พูดถึงรถยนต์นะครับ) จึงมีการนำเเหล่งพลังงานในหลายๆอย่าง เข้ามาใช้ในรถยนต์ อาทิเช่น เเก๊สโซฮอล์ เครื่องยนต์ไฮบริช พลังงานเเสงอาทิตย์ หรือเเม้แต่ NGV เเต่ทางเลือกหนึ่งนั้น GAS LPG ก็คือ พลังงานหนึ่ง ที่นำมาใช้กับรถยนต์ซึ่งมีมานานเเล้ว ด้วยเหตุนี้ผมกล่าวถึงการทำงานของเครื่องยนต์ที่ใช้เเก๊ส LPG รถยนต์บนท้องถนนโดยทั้วไป ขณะนี้จะเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้หัวฉีดน้ำมันในการจ่ายเชื้อเพลิง ซึ่งจะประกอบไปด้วยระบบการควบคุมโดย ECU เเละเซ็นเซอร์อีกหลายตัว (ผมคงไม่ต้องกล่าวถึงว่ามีอะไรบ้าง) เพื่อก่อเกิดความเเม่นยำในการทำงานเเต่ละสภาวะ ในระบบ GAS LPG เเยกออกมาหลายระดับด้วยกัน
ก๊าซที่มีใช้กันอยู่ในโลกมีทั้งที่เป็น LPG (ก๊าซหุงต้ม) NGV (ก๊าซธรรมชาติ) ก๊าซ 2 ตัวนี้จะต่างกันที่ LPG เป็นของเหลวแรงดันในถังเก็บจะอยู่ราวๆ 7 – 8 bar ส่วน NGV เป็นก๊าซอัดไอแรงดันที่ถูกเก็บในถังจะสูงราวๆ 200 – 220 bar แต่เนื่องจากสถานะก๊าซที่ต่างกัน ระบบที่ใช้กับ LPG จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงสถานะของก๊าซให้กลายเป็นไอก่อน ดังนั้นระบบจำเป็นที่จะใช้หม้อต้มมาทำการเปลี่ยนสถานะก๊าซ ส่วนระบบที่เป็น NGV บางคนอาจสงสัยว่าทำไมยังต้องมีหม้อต้มอยู่ทั้งๆที่ตัวมันเองก็เป็นไออยู่ แล้ว ถ้ามองตามหลักมันก็ใช่ แต่เนื่องจากการลดแรงดันจาก 200 bar ลงมาเหลือ 2 – 3 bar ก๊าซจะต้องถูกดันออกผ่านรูขนาดเล็กมากๆ จึงทำให้รูที่ว่านี้มีความเย็นจัดและจับตัวเป็นน้ำแข็ง(เหมือนเราพ่นสี สเปรย์กระป๋องถ้าพ่นแช่ไว้นานๆกระป๋องจะเย็น) ระบบจึงยังต้องการน้ำไปเลี้ยงเพื่อป้องกันการแข็งตัวภายในของ Regulator อยู่ตลอด แต่ถ้าใช้กับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่มากๆมีความต้องการก๊าซสูงๆระบบก็ไม่จำเป็น ที่จะต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงอีกต่อไป
http://www.gasthai.com/article/html/19.html
แหล่งที่มาของก๊าซปิโตรเลียมเหลวมี 2 แหล่ง ได้แก่
1. ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งจะได้ก๊าซโปรเปนและบิวเทนประมาณ 1-2% แต่ก่อนที่จะนำ น้ำมันดิบเข้ากลั่น ต้องแยกน้ำและเกลือแร่ที่ปนอยู่ออกเสียก่อน หลักจากนั้นนำน้ำมันดิบมาให้ความร้อนจนมีอุณหภูมิประมาณ 340-400 OC จากนั้นจะถูกส่งเข้าสู่หอกลั่น ซึ่งภายในประกอบด้วยถาด (tray) เป็นชั้น ๆ หลายสิบชั้น ไอร้อนที่ลอยขึ้นไป เมื่อเย็นตัวลงจะกลั่นตัวเป็น ของเหลวบนถาดตามชั้นต่าง ๆ และจะอยู่ชั้นใดขึ้นอยู่กับช่วงจุดเดือนต่ำจะลอยขึ้นสู่เบื้องบนของหอกลั่น คือไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซ (LPG รวมอยู่ในส่วนนี้ด้วย) ส่วนไฮโดรคาร์บอนที่มีจุดเดือนปานกลางและสูงก็จะแยกตัวออกมาทางตอนกลางและ ตอนล่างของหอกลั่น ซึ่งได้แก่แนพทา (naphtha) น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา ตามลำดับ
ไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซที่ออกจากด้านบนของหอกลั่นรวมเรียกว่า “ก๊าซปิโตรเลียม” ซึ่งประกอบด้วยส่วนผสมของ ก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอน 1 อะตอม ถึง 4 อะตอมและมีก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไนโตรเจน (N2) ไฮโดรเจน (H2) และอื่น ๆ ปนอยู่ จำเป็นต้องกำจัดหรือแยกออกโดยนำก๊าซปิโตรเลียมผ่านเข้าหน่วยแยกก๊าซแอลพีจี (gas recovery unit) เพื่อแยกเอาโปรเปนและบิวแทน (หรือแอลพีจี) ออกมา จากนั้นแอลพีจีจะถูกส่งเข้าหน่วยฟอก ซึ่งใช้โซดาไฟ (caustic soda) เพื่อแยกเอากรด (acid gas) เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออก หลังจากนั้นแอลพีจีจะถูกส่งไปเก็บในถังเก็บและมีสภาพเป็นของเหลวภายใต้ความ ดัน
2. ได้จากกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะมีก๊าซโปรเปนและบิวเทนในก๊าซธรรมชาติประมาณ 6-10% ก๊าซธรรมชาติ ที่นำขึ้นมาจะส่งเข้าสู่โรงแยกก๊าซ (gas separation plant) เพื่อทำการแยกเอาสารไฮโดรคาร์บอนที่มีอยู่ในก๊าซธรรมชาติ ออกเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ คือ มีเทน (methane) อีเทน (ethane) โปรเปน (propane) บิวเทน (butane) แอลพีจี (liquefied petroleum gas) และก๊าซโซลีนธรรมชาติ (natural gasoline , NGL) กระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ เริ่มต้นด้วยการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และน้ำที่เจือปน อยู่ในก๊าซธรรมชาติออกก่อน โดยกระบวนการ Benfield ซึ่งใช้โปตัสเซียมคาร์บอเนต (K2CO3) เป็นตัวจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และกระบวนการดูดซับ (absorption process) โดยใช้สารจำพวก molecular sieve ซึ่งมีลักษณะเป็นรูพรุน ทำหน้าที่ดูดซับน้ำ ก๊าซธรรมชาติที่แห้งจากหน่วยนี้จะผ่านเข้าไปใน turbo-expander เพื่อลดอุณหภูมิจาก 250OK เป็น 170OK และลดความดันลงจาก 43 บาร์ เป็น 16 บาร์ก่อนแล้วจึงเข้าสู่หอแยกมีเทน (de-methanizer) มีเทนจะถูกกลั่นแยกออกไป และส่วนที่เหลือคือส่วนผสมของ ก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอนตั้งแต่ 2 อะตอมขึ้นไป (ethane plus stream) ซึ่งอยู่ในสถานะของเหลวและจะออกทางส่วนล่างของหอ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวหอดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่หอแยกอีเทน (de-ethanizer) และหอแยกโปรเปน (de-propanizer) เพื่อแยกอีเทนและโปรเปนออกตามลำดับต่อไป ในหอแยกโปรเปนนี้ โปรเปนจะถูกแยกออกทางด้านบนของหอ ส่วนแอพีจี ซึ่งเป็นส่วนผสมของโปรเปนและบิวเทนจะถูกแยกออกมาจากส่วนกลางของหอ และส่วนผลิตภัณฑ์ที่ออกจากหอทางด้านล่างคือ ก๊าซโซลีนธรรมชาติ (natural gasoline)
การทำงานของเครื่องยนต์ ที่ใช้ GAS LPG
ณ. ปัจจุบันราคาของเชื้อเพลิงขยับตัวขึ้นสูงขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันเเก๊สโซลีน ไม่ว่าจะเป็น 91 หรือ 95 ทุกคนก็ทราบอยู่เเล้วว่าเเนวทางเป็นอย่างไร ดังนั้น ทำให้การใช้พลังงานทดเเทน ในการขับเคลื่อนของรถยนต์ (พูดถึงรถยนต์นะครับ) จึงมีการนำเเหล่งพลังงานในหลายๆอย่าง เข้ามาใช้ในรถยนต์ อาทิเช่น เเก๊สโซฮอล์ เครื่องยนต์ไฮบริช พลังงานเเสงอาทิตย์ หรือเเม้แต่ NGV เเต่ทางเลือกหนึ่งนั้น GAS LPG ก็คือ พลังงานหนึ่ง ที่นำมาใช้กับรถยนต์ซึ่งมีมานานเเล้ว ด้วยเหตุนี้ผมกล่าวถึงการทำงานของเครื่องยนต์ที่ใช้เเก๊ส LPG รถยนต์บนท้องถนนโดยทั้วไป ขณะนี้จะเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้หัวฉีดน้ำมันในการจ่ายเชื้อเพลิง ซึ่งจะประกอบไปด้วยระบบการควบคุมโดย ECU เเละเซ็นเซอร์อีกหลายตัว (ผมคงไม่ต้องกล่าวถึงว่ามีอะไรบ้าง) เพื่อก่อเกิดความเเม่นยำในการทำงานเเต่ละสภาวะ ในระบบ GAS LPG เเยกออกมาหลายระดับด้วยกัน
ก๊าซที่มีใช้กันอยู่ในโลกมีทั้งที่เป็น LPG (ก๊าซหุงต้ม) NGV (ก๊าซธรรมชาติ) ก๊าซ 2 ตัวนี้จะต่างกันที่ LPG เป็นของเหลวแรงดันในถังเก็บจะอยู่ราวๆ 7 – 8 bar ส่วน NGV เป็นก๊าซอัดไอแรงดันที่ถูกเก็บในถังจะสูงราวๆ 200 – 220 bar แต่เนื่องจากสถานะก๊าซที่ต่างกัน ระบบที่ใช้กับ LPG จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงสถานะของก๊าซให้กลายเป็นไอก่อน ดังนั้นระบบจำเป็นที่จะใช้หม้อต้มมาทำการเปลี่ยนสถานะก๊าซ ส่วนระบบที่เป็น NGV บางคนอาจสงสัยว่าทำไมยังต้องมีหม้อต้มอยู่ทั้งๆที่ตัวมันเองก็เป็นไออยู่ แล้ว ถ้ามองตามหลักมันก็ใช่ แต่เนื่องจากการลดแรงดันจาก 200 bar ลงมาเหลือ 2 – 3 bar ก๊าซจะต้องถูกดันออกผ่านรูขนาดเล็กมากๆ จึงทำให้รูที่ว่านี้มีความเย็นจัดและจับตัวเป็นน้ำแข็ง(เหมือนเราพ่นสี สเปรย์กระป๋องถ้าพ่นแช่ไว้นานๆกระป๋องจะเย็น) ระบบจึงยังต้องการน้ำไปเลี้ยงเพื่อป้องกันการแข็งตัวภายในของ Regulator อยู่ตลอด แต่ถ้าใช้กับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่มากๆมีความต้องการก๊าซสูงๆระบบก็ไม่จำเป็น ที่จะต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงอีกต่อไป
http://www.gasthai.com/article/html/19.html
กรมขนส่งย้ำขับรถป้ายแดงผิดกฎหมายปรับไม่เกิน10,000บาท
ชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มีประชาชนหลายรายนำรถใหม่ ป้ายแดงซึ่งยังไม่ได้จดทะเบียนและเสียภาษีประจำปีให้ถูกต้องมาใช้งานบนท้อง ถนน ซึ่งการกระทำดังกล่าว นอกจากจะผิดกฎหมายและทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากค่าภาษีรถประจำปีแล้ว ยังยากต่อการติดตามตรวจสอบ กรณีรถสูญหายหรือนำไปก่ออาชญากรรมด้วย กรมการขนส่งทางบก จึงขอความร่วมมือผู้ที่ซื้อรถใหม่ รีบนำรถมาจดทะเบียนให้ถูกต้อง ซึ่งใช้เวลาดำเนินการเพียง 1 วัน เท่านั้น
"กรมการขนส่งทางบก กำหนดให้รถที่จะใช้งานบนท้องถนน จะต้องจดทะเบียนและเสียภาษีรถประจำปีให้ถูกต้อง สำหรับ ป้ายแดงนั้น เป็นเครื่องหมายพิเศษที่กรมการขนส่งทางบก ออกให้แก่บริษัทจำหน่ายรถสำหรับใช้ติดรถเพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าหรือนำรถไป ซ่อมแซมเท่านั้น โดยกำหนดให้วิ่งได้ระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลากลางวันเท่านั้น ผู้ซื้อรถหรือประชาชนทั่วไปไม่สามารถ นำรถป้ายแดงมาวิ่งใช้งานบนท้องถนนไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท"
โดยกรมการขนส่งทางบก ได้ขอความร่วมมือไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการกวดขันจับกุมผู้ฝ่าฝืนอย่างเคร่งครัด เพื่อเร่งรัดการจัดเก็บภาษีรถและ ป้องกันปัญหาอาชญากรรม ซึ่งปัจจุบัน การจดทะเบียนรถใหม่ สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาเพียง 1 วัน เท่านั้น โดยจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถและเครื่องหมายการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) เพื่อนำไปติดที่รถทันที ในวันที่นำรถมาจดทะเบียน เพียงนำหลักฐานการได้มาของรถ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หลักฐานการทำพ.ร.บ. และนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ณ กรมการขนส่งทางบกหรือ สำนักงานขนส่งจังหวัด ที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
สำหรับผู้ที่รอจดทะเบียนรถเป็นหมายเลขทะเบียนสวย ที่กรมการขนส่งทางบกนำออกประมูล นำเงินรายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุนั้น สามารถหลีกเลี่ยง การใช้รถป้ายแดงได้ ด้วยการจดทะเบียนรถเป็นหมายเลขทะเบียนที่ออกให้ตามลำดับในปัจจุบันไปก่อน เมื่อประมูลเลขทะเบียนที่ต้องการได้แล้ว จึงมาดำเนินการขอแจ้งเปลี่ยนเป็นหมายเลขทะเบียนสวยในภายหลัง โดยเสียค่าดำเนินการเพียง 1,775 บาท เท่านั้น
ทั้งนี้ กรณีนำเลขทะเบียนสวยที่ได้จากการประมูลมาจดทะเบียนกับ รถใหม่ป้ายแดงในครั้งแรก จะเสียเฉพาะค่าแผ่นป้ายทะเบียนรถ จำนวน 200 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร หมายเลขโทรศัพท์ 0-2272-5493-5 Call Center 1584 หรือที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ
http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9520000054665
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถควันดำ
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถควันดำ
หลังจากที่กรุงเทพมหานครร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ทำการตรวจเชครถที่มีปริมาณเขม่าควันดำมาตลอดนั้น ทำให้จำนวนรถที่มีควันดำลดลงในปริมาณที่น่าพอใจ ซึ่งสาเหตุที่รถมีควันดำนั้นมีดังนี้
1. เครื่องยนต์สึกหรอมาก เช่น ลูกสูบและกระบอกสูบ แหวนลูกสูบชำรุด
2. ปั๊มฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงชำรุดและทำงานไม่ถูกต้อง หรือฉีดน้ำมันในจังหวะที่ไม่ถูกต้อง
3. หัวฉีดน้ำมันแรงดันสูงที่จ่ายเข้าไปในห้องเผาไหม้ชำรุด
4. กรองอากาศอุดตัน
5. น้ำมันเครื่องมีอายุการใช้งานมาก
6. เขม่าควันดำและฝุ่นละอองค้างอยู่ภายในท่อไอเสีย
วิธีแก้ไข
1. ซ่อมแซมเครื่องยนต์ในส่วนที่สึกหรอ เช่น เปลี่ยนลูกสูบ แหวนลูกสูบ หรือ ทำการคว้านกระบอกสูบ แล้วเปลี่ยนลูกสูบให้ใหญ่ขึ้น
2. ทำการเชคปั๊ม โดยนำเข้าศูนย์บริการ ทำการปรับแต่งปั๊มจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดสึกหรอ รวมทั้งปรับแต่งหัวฉีดน้ำมันและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ รวมทั้งการปรับแต่งอัตราและจังหวะการฉีดน้ำมันให้ถูกต้องเป็นไปตามบริษัทผู้ผลิตกำหนด
3. เปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่ เพื่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบรูณ์
4. เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่บริษัทผู้ผลิตกำหนด
5. ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้ทำงานถูกต้องตามระยะเวลาที่เหมาะสม
6.ทำการล้างท่อไอเสียโดยใช้น้ำหรือลมฉีดชะล้างเขม่าและฝุ่นละอองภายในท่อไอเสีย
http://www.dlt.go.th/th/sara/article/black%20_car.html
หลังจากที่กรุงเทพมหานครร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ทำการตรวจเชครถที่มีปริมาณเขม่าควันดำมาตลอดนั้น ทำให้จำนวนรถที่มีควันดำลดลงในปริมาณที่น่าพอใจ ซึ่งสาเหตุที่รถมีควันดำนั้นมีดังนี้
1. เครื่องยนต์สึกหรอมาก เช่น ลูกสูบและกระบอกสูบ แหวนลูกสูบชำรุด
2. ปั๊มฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงชำรุดและทำงานไม่ถูกต้อง หรือฉีดน้ำมันในจังหวะที่ไม่ถูกต้อง
3. หัวฉีดน้ำมันแรงดันสูงที่จ่ายเข้าไปในห้องเผาไหม้ชำรุด
4. กรองอากาศอุดตัน
5. น้ำมันเครื่องมีอายุการใช้งานมาก
6. เขม่าควันดำและฝุ่นละอองค้างอยู่ภายในท่อไอเสีย
วิธีแก้ไข
1. ซ่อมแซมเครื่องยนต์ในส่วนที่สึกหรอ เช่น เปลี่ยนลูกสูบ แหวนลูกสูบ หรือ ทำการคว้านกระบอกสูบ แล้วเปลี่ยนลูกสูบให้ใหญ่ขึ้น
2. ทำการเชคปั๊ม โดยนำเข้าศูนย์บริการ ทำการปรับแต่งปั๊มจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดสึกหรอ รวมทั้งปรับแต่งหัวฉีดน้ำมันและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ รวมทั้งการปรับแต่งอัตราและจังหวะการฉีดน้ำมันให้ถูกต้องเป็นไปตามบริษัทผู้ผลิตกำหนด
3. เปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่ เพื่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบรูณ์
4. เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่บริษัทผู้ผลิตกำหนด
5. ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้ทำงานถูกต้องตามระยะเวลาที่เหมาะสม
6.ทำการล้างท่อไอเสียโดยใช้น้ำหรือลมฉีดชะล้างเขม่าและฝุ่นละอองภายในท่อไอเสีย
http://www.dlt.go.th/th/sara/article/black%20_car.html
บัญชีอัตราภาษีตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522
น้ำหนักรถ(กิโลกรัม) 1.รถยนต์นั่งสำหรับบุคคลเกิน 7 คน
ไม่เกิน 500 150
501 - 750 300
751 - 1,000 450
1,001 - 1,250 800
1,251 - 1,500 1,000
1,501 - 1,750 1,300
1,751 - 2,000 1,600
2,001 - 2,500 1,900
2,501 - 3,000 2,200
3,001 - 3,500 2,400
3,501 - 4,000 2,600
4,001 - 4,500 2,800
4,501 - 5,000 3,000
5,001 - 6,000 3,200
6,001 - 7,000 3,400
7,000 ขึ้นไป 3,600
ไม่เกิน 500 150
501 - 750 300
751 - 1,000 450
1,001 - 1,250 800
1,251 - 1,500 1,000
1,501 - 1,750 1,300
1,751 - 2,000 1,600
2,001 - 2,500 1,900
2,501 - 3,000 2,200
3,001 - 3,500 2,400
3,501 - 4,000 2,600
4,001 - 4,500 2,800
4,501 - 5,000 3,000
5,001 - 6,000 3,200
6,001 - 7,000 3,400
7,000 ขึ้นไป 3,600
อัตราค่าธรรมเนียมตามพ.ร.บ. รถยนตร์ พ.ศ. 2522
(1) คำขอ ฉบับละ 5 บาท
(2) ใบคู่มือจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท
(3) แผ่นป้ายทะเบียน แผ่นละ 100 บาท
(4) การขอค้นทะเบียนรถหรือขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนรถ และใบคู่มือจดทะเบียน
(ก) รถจักรยานยนต์ ครั้งละ 10 บาท
(ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ 50 บาท
(5) การโอนทะเบียนรถ ครั้งละ 100 บาท
(6) การย้ายรถ
(ก) รถจักรยานยนต์ ครั้งละ 50 บาท
(ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ 20 บาท
(7) การตรวจสภาพรถ
(ก) รถจักรยานยนต์ ครั้งละ 10 บาท
(ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ 50 บาท
(8) ใบอนุญาตตามมาตรา 23 ฉบับละ 1,000 บาท
(9) ใบอนุญาตตามมาตรา 27 ฉบับละ 1,000 บาท
(10) เครื่องหมายพิเศษตามมาตรา 27 อันละ 100 บาท
(11) สมุดคู่มือประจำรถตามมาตรา 27 ฉบับละ 100 บาท
(12) ใบอนุญาตรถยนต์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ทำ ณ นครเจนีวา ฉบับละ 1,000 บาท
ค.ศ. 1949 ซึ่งประเทศไทยได้ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2505
(13) ใบอนุญาตขับรถยนต์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ทำ ณ นครเจนีวา ฉบับละ 500 บาท
ค.ศ. 1949 ซึ่งประเทศไทยได้ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2505
(14) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ฉบับละ 100 บาท
(15) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลหนึ่งปี ฉบับละ 100 บาท
(16) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ ฉบับละ 1,000 บาท
(17) ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหนึ่งปี ฉบับละ 100 บาท
(18) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว ฉบับละ 50 บาท
(19) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลหนึ่งปี ฉบับละ 50 บาท
(20) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพ ฉบับละ 750 บาท
(21) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะหนึ่งปี ฉบับละ 50 บาท
(22) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราว ฉบับละ 50 บาท
(23) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์หนึ่งปี ฉบับละ 50 บาท
(24) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ตลอดชีพ ฉบับละ 500 บาท
(25) ใบอนุญาตขับรถบดถนนสามปี ฉบับละ 150 บาท
(26) ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์สามปี ฉบับละ 150 บาท
(27) ใบอนุญาตขับรถนอกจาก (14) ถึง (16) ฉบับละ 50 บาท
(28) การแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ ครั้งละ 50 บาท
(29) หนังสืออนุญาตตามมาตรา 17 วรรคสอง หรือมาตรา 18 ฉบับละ 50 บาท
(30) ใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ 50 บาท
(31) ใบแทนอนุญาต ครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมใบอนุญาต แต่ไม่เกินฉบับละ ฉบับละ 100 บาท
(32) ใบแทนเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี ฉบับละ 20 บาท
(33) ใบแทนหนังสืออนุญาต ฉบับละ 25 บาท
(34) ค่าธรรมเนียมอื่น ครั้งละ 20 บาท
(35) การรับรองสำเนาเอกสาร แผ่นละ 20 บาท
(2) ใบคู่มือจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท
(3) แผ่นป้ายทะเบียน แผ่นละ 100 บาท
(4) การขอค้นทะเบียนรถหรือขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนรถ และใบคู่มือจดทะเบียน
(ก) รถจักรยานยนต์ ครั้งละ 10 บาท
(ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ 50 บาท
(5) การโอนทะเบียนรถ ครั้งละ 100 บาท
(6) การย้ายรถ
(ก) รถจักรยานยนต์ ครั้งละ 50 บาท
(ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ 20 บาท
(7) การตรวจสภาพรถ
(ก) รถจักรยานยนต์ ครั้งละ 10 บาท
(ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ 50 บาท
(8) ใบอนุญาตตามมาตรา 23 ฉบับละ 1,000 บาท
(9) ใบอนุญาตตามมาตรา 27 ฉบับละ 1,000 บาท
(10) เครื่องหมายพิเศษตามมาตรา 27 อันละ 100 บาท
(11) สมุดคู่มือประจำรถตามมาตรา 27 ฉบับละ 100 บาท
(12) ใบอนุญาตรถยนต์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ทำ ณ นครเจนีวา ฉบับละ 1,000 บาท
ค.ศ. 1949 ซึ่งประเทศไทยได้ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2505
(13) ใบอนุญาตขับรถยนต์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ทำ ณ นครเจนีวา ฉบับละ 500 บาท
ค.ศ. 1949 ซึ่งประเทศไทยได้ภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2505
(14) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ฉบับละ 100 บาท
(15) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลหนึ่งปี ฉบับละ 100 บาท
(16) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ ฉบับละ 1,000 บาท
(17) ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหนึ่งปี ฉบับละ 100 บาท
(18) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว ฉบับละ 50 บาท
(19) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลหนึ่งปี ฉบับละ 50 บาท
(20) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพ ฉบับละ 750 บาท
(21) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะหนึ่งปี ฉบับละ 50 บาท
(22) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราว ฉบับละ 50 บาท
(23) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์หนึ่งปี ฉบับละ 50 บาท
(24) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ตลอดชีพ ฉบับละ 500 บาท
(25) ใบอนุญาตขับรถบดถนนสามปี ฉบับละ 150 บาท
(26) ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์สามปี ฉบับละ 150 บาท
(27) ใบอนุญาตขับรถนอกจาก (14) ถึง (16) ฉบับละ 50 บาท
(28) การแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ ครั้งละ 50 บาท
(29) หนังสืออนุญาตตามมาตรา 17 วรรคสอง หรือมาตรา 18 ฉบับละ 50 บาท
(30) ใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ ฉบับละ 50 บาท
(31) ใบแทนอนุญาต ครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมใบอนุญาต แต่ไม่เกินฉบับละ ฉบับละ 100 บาท
(32) ใบแทนเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี ฉบับละ 20 บาท
(33) ใบแทนหนังสืออนุญาต ฉบับละ 25 บาท
(34) ค่าธรรมเนียมอื่น ครั้งละ 20 บาท
(35) การรับรองสำเนาเอกสาร แผ่นละ 20 บาท
บัญชีอัตราภาษีรถตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน
เก็บตามความจุกระบอกสูบ (ซีซี) บาท
1. ความจุกระบอกสูบ
1.1 600 ซีซี ๆ ละ 0.05 บาท
1.2 601 - 1,800 ซี.ซี. ๆ ละ 1.50 บาท
1.3 เกิน 1,800 ซี.ซี. ๆ ละ 4.0 บาท
2 เป็นนิติบุคคลที่มิได้เป็นผู้ให้เช่าซื้อ 2 เท่า
3. เป็นรถเก่าใช้มานานเกิน 5 ปี ให้ลดภาษี
3.1 ปีที่6 ร้อยละ 10
3.2 ปีที่ 7 ร้อยละ 20
3.3 ปีที่ 8 ร้อยละ 30
3.4 ปีที่ 9 ร้อยละ 40
3.5 ปีที่ 10 และปีต่อ ๆ ไป ร้อยละ 50
4. เป็นรถที่ใช้ล้ออย่างอื่นนอกจากล้อยางกลวง
เพิ่มอีก ร้อยละ 1/2
รถที่เก็บเป็นคัน
1 รถจักรยานยนต์ คันละ 100 บาท
2. รถพ่วงของรถจักรยานต์ คันละ 50 บาท
3. รถพ่วงนอกจากข้อ 2 คันละ 100 บาท
4. รถบดถนน คันละ 200 บาท
5. รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ 50 บาท
http://www.dlt.go.th/th/sara/taxs/tax_car3.htm
เก็บตามความจุกระบอกสูบ (ซีซี) บาท
1. ความจุกระบอกสูบ
1.1 600 ซีซี ๆ ละ 0.05 บาท
1.2 601 - 1,800 ซี.ซี. ๆ ละ 1.50 บาท
1.3 เกิน 1,800 ซี.ซี. ๆ ละ 4.0 บาท
2 เป็นนิติบุคคลที่มิได้เป็นผู้ให้เช่าซื้อ 2 เท่า
3. เป็นรถเก่าใช้มานานเกิน 5 ปี ให้ลดภาษี
3.1 ปีที่6 ร้อยละ 10
3.2 ปีที่ 7 ร้อยละ 20
3.3 ปีที่ 8 ร้อยละ 30
3.4 ปีที่ 9 ร้อยละ 40
3.5 ปีที่ 10 และปีต่อ ๆ ไป ร้อยละ 50
4. เป็นรถที่ใช้ล้ออย่างอื่นนอกจากล้อยางกลวง
เพิ่มอีก ร้อยละ 1/2
รถที่เก็บเป็นคัน
1 รถจักรยานยนต์ คันละ 100 บาท
2. รถพ่วงของรถจักรยานต์ คันละ 50 บาท
3. รถพ่วงนอกจากข้อ 2 คันละ 100 บาท
4. รถบดถนน คันละ 200 บาท
5. รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร คันละ 50 บาท
http://www.dlt.go.th/th/sara/taxs/tax_car3.htm
วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553
การชำระภาษีรถประจำปี สำหรับรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์
การชำระภาษีรถประจำปี สำหรับรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์
ท่านสามารถเลือกชำระภาษีรถประจำปี ได้ที่
1.ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทุกแห่งทั่วประเทศ
ติดต่อที่
ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทุกแห่งทั่วประเทศ
เงื่อนไขที่รับชำระภาษี
เป็นรถที่ไม่มีภาษีค้างชำระ หรือมีภาษีค้างชำระไม่เกิน 1 ปี โดยสามารถ ติดต่อขอชำระภาษี
ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน ก่อนวันสิ้นอายุภาษีประจำปี
ประเภทของรถที่รับชำระภาษี
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1)
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย. 2)
- รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย. 3)
- รถจักรยานยนต์ (รย. 12)
หลักฐานที่ใช้
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ, ประกันภัยตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535,
ใบรับรองการตรวจสภาพรถ
(สำหรับรถที่กำหนดให้ผ่านการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชนก่อนการชำระภาษี)
2.ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งทุกสาขาใน กทม.
ติดต่อที่
ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งใน กทม.
เงื่อนไขที่รับชำระภาษี
เฉพาะรถที่จดทะเบียนในเขต กทม. ซึ่งไม่มีภาษีค้างชำระ โดยต้องติดต่อขอชำระภาษี
ประจำปีล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน
ประเภทของรถที่รับชำระภาษี
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1)
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย. 2)
- รถจักรยานยนต์ (รย. 12)
หลักฐานที่ใช้
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ, ประกันภัยตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535,
ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (สำหรับรถที่กำหนดให้ผ่านการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถ
เอกชนก่อนการชำระภาษี)
3.สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม.
ติดต่อที่
สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม.และศาลาว่าการ กทม.
เงื่อนไขที่รับชำระภาษี
เฉพาะรถที่จดทะเบียนในเขต กทม. ซึ่งเป็นรถที่ไม่มีภาษีค้างชำระ หรือค้างชำระ
ไม่เกิน 1 ปี โดยต้องติดต่อขอชำระภาษีล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือน
ประเภทของรถที่รับชำระภาษี
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1)
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย. 2)
- รถจักรยานยนต์ (รย. 12)
หลักฐานที่ใช้
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ, ประกันภัยตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535,
ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (สำหรับรถที่กำหนดให้ผ่านการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถ
เอกชนก่อนการชำระภาษี)
เจ้าของรถที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถจะขอชำระภาษีประจำปี ณ ส่วนทะเบียนรถยนต์ สำนักทะเบียนและภาษีรถ หรือสำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ได้ทุกแห่งในเขตกรุงเทพมหานคร
http://www.dlt.go.th/th/sara/article/news_01.htm
ท่านสามารถเลือกชำระภาษีรถประจำปี ได้ที่
1.ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทุกแห่งทั่วประเทศ
ติดต่อที่
ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทุกแห่งทั่วประเทศ
เงื่อนไขที่รับชำระภาษี
เป็นรถที่ไม่มีภาษีค้างชำระ หรือมีภาษีค้างชำระไม่เกิน 1 ปี โดยสามารถ ติดต่อขอชำระภาษี
ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน ก่อนวันสิ้นอายุภาษีประจำปี
ประเภทของรถที่รับชำระภาษี
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1)
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย. 2)
- รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย. 3)
- รถจักรยานยนต์ (รย. 12)
หลักฐานที่ใช้
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ, ประกันภัยตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535,
ใบรับรองการตรวจสภาพรถ
(สำหรับรถที่กำหนดให้ผ่านการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชนก่อนการชำระภาษี)
2.ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งทุกสาขาใน กทม.
ติดต่อที่
ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งใน กทม.
เงื่อนไขที่รับชำระภาษี
เฉพาะรถที่จดทะเบียนในเขต กทม. ซึ่งไม่มีภาษีค้างชำระ โดยต้องติดต่อขอชำระภาษี
ประจำปีล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน
ประเภทของรถที่รับชำระภาษี
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1)
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย. 2)
- รถจักรยานยนต์ (รย. 12)
หลักฐานที่ใช้
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ, ประกันภัยตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535,
ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (สำหรับรถที่กำหนดให้ผ่านการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถ
เอกชนก่อนการชำระภาษี)
3.สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม.
ติดต่อที่
สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม.และศาลาว่าการ กทม.
เงื่อนไขที่รับชำระภาษี
เฉพาะรถที่จดทะเบียนในเขต กทม. ซึ่งเป็นรถที่ไม่มีภาษีค้างชำระ หรือค้างชำระ
ไม่เกิน 1 ปี โดยต้องติดต่อขอชำระภาษีล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน แต่ไม่เกิน 2 เดือน
ประเภทของรถที่รับชำระภาษี
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1)
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย. 2)
- รถจักรยานยนต์ (รย. 12)
หลักฐานที่ใช้
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ, ประกันภัยตาม พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535,
ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (สำหรับรถที่กำหนดให้ผ่านการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถ
เอกชนก่อนการชำระภาษี)
เจ้าของรถที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถจะขอชำระภาษีประจำปี ณ ส่วนทะเบียนรถยนต์ สำนักทะเบียนและภาษีรถ หรือสำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ได้ทุกแห่งในเขตกรุงเทพมหานคร
http://www.dlt.go.th/th/sara/article/news_01.htm
วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553
การติดตั้งแก๊สรถยนต์ LPGตามข้อกำหนดของกรมขนส่งทางบก
การติดตั้งแก๊สรถยนต์ LPGตามข้อกำหนดของกรมขนส่งทางบก
• ถังก๊าซ- ต้องมีมอก.370 มีรายละเอียดดังนี้
• บริษัทผู้ผลิต / หมายเลขถัง / Operating Pressure
• Test pressure/ Tare Weight/ Test Date/Thickness
อุปกรณ์ส่วนควบของถังก๊าซ
• ลิ้นบรรจุ สองจังหวะ/กลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบาย
• เครื่องวัดปริมาณก๊าซ
• ลิ้นควบคุมการบรรจุเกิน
• ลิ้นจ่ายก๊าซ/วาล์วจ่ายควบคุมการไหล
ข้อกำหนดการติดตั้งถังก๊าซภายในตัวถังรถยนต์
• ถังที่ติดตั้งในห้องเก็บของต้องไม่มีก๊าซรั่วซึม
• ถังที่ติดตั้งในห้องโดยสารต้องบรรจุกล่องหรือมีฝาครอบและท่อหุ้มโดยให้แน่ใจว่าก๊าซระบาย
ออกนอกตัวรถได้
• ห่างจากท้ายสุดของตัวถังรถต้องไม่น้อยกว่า 35 ซ.ม.
• มองเห็นป้ายรายละเอียดของถังอย่างชัดเจน
• ต้องยึดถังกับตัวรถให้แน่นหนาและแข็งแรงทนทาน
• ต้องไม่เชื่อมถังเพิ่มเติมยกเว้นที่เชื่อมมาจากบริษัทผู้ผลิต
• ท่อระบายก๊าซห่างจากท่อไอเสียไม่น้อยกว่า 25 ซ.ม.
• ไม่มีฝาครบแต่มีกล่องบรรจุกล่องจะต้องเป็นวัสดุไม่ติดไฟสามารถมองเห็นแผ่นป้ายของถัง ที่
จุดต่ำสุดต้องมีท่อระบายไอก๊าซได้
• ถ้ามีมากกว่า 1 ถัง ในแต่ละถังจะต้องมี ลิ้นเปิดปิดและจ่ายแก๊สแยกจากกัน
ข้อกำหนดในการติดตั้งถังก๊าซไว้ใต้ท้องรถ
• ถังก๊าซที่ใช้จะมีหรือไม่มีฝาครอบก็ได้
• ส่วนล่างสุดของถังต้องอยู่สูงกว่าจุดที่ต่ำสุดของรถไม่น้อยกว่า 5 ซ.ม.
• ถังที่ติดตั้งหลังเพลาอยู่ห่างจากพื้นถนน ต้องไม่น้อยกว่า 5 ซ.ม. และต้องสูงอย่างน้อยมากกว่า
1/6ของระยะห่างระหว่างแกนของถังกับแกนของเพลาล้อ
• ถังที่ติดตั้งใต้ท้องรถต้องห่างจากท่อไอเสียอย่างน้อย 10 ซ.ม. หากน้อยกว่าจะต้องมีวัสดุป้องกัน
ความร้อนกันระหว่าง ถังกับท่อไอเสีย
• อุปกรณ์ส่วนควบของถังต้องไม่เสียดสีกับตัวรถ
• ต้องมีแผ่นโลหะหนาพอสมควรป้องกันเศษหินหรือวัสดุต่างๆป้องกันจากด้านหน้า
ข้อกำหนดในการติดตั้งท่อจ่ายก๊าซ
• ตำแหน่งท่อส่งก๊าซต้องอยู่สูงกว่าจุดต่ำสุดของเพลาไม่น้อยกว่า5 ซ.ม.
• ตำแหน่งท่อสงก๊าซต้องอยู่สูงกว่าพื้นถนนไม่น้อยกว่า1/6 ของระยะห่างระหว่างแกนของถังกับแกนของเพลาล้อ
ท้ายสุด
• ตำแหน่งท่อต้องไม่เสียดสีกับตัวรถต้องเดินและยึดท่อกับช่องคัสซีรถใกล้กับท่อน้ำมันเดิม และต้องยึดให้แน่นหนา
ด้วยกิ๊ฟโลหะแต่ละช่วงไม่เกิน 50 ซ.ม.
• ตำแหน่งท่อต้องห่างจากท่อไอเสียอย่างน้อย 10 ซ.ม. หาไม่ถึงต้องมีวัสดุกันความร้อนป้องกัน
• ท่อจ่ายแก๊สต้องเป็นท่อทองแดงที่ได้มาตรฐาน เส้นเดียวไม่มีรอยเชื่อมและตะเข็บ ต้องหุ้มด้วยวัสดุชนิดอ่อน
ป้องกันการเสียดสีข้อต่อต้องมีตาไก่+นอตขันตาไก่หรือการใช้แฟร์น็อต
• ถ้าตำแหน่งเดินท่อต้องลากผ่านในห้องโดยสารจะต้องมีปลอกโลหะหุ้มและต้องมีรูระบายหากเกิดแก๊สรั่ว
ข้อกำหนดการติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบในห้องเครื่องยนต์
• ต้องมีลิ้นปิด-เปิดไฟฟ้าและตัวกรองแก๊ส(ติ๊กแก๊ส)
• เครื่องทำและปรับความดันไอก๊าซ ต้องไม่ยึดกับตัวเครื่องยนต์ต้องยึดกับตัวถังของรถที่แข็งแรง
แน่นหนา ห่างจากท่อไอเสียอยางน้อย 10 ซ.ม. ต้องใช้น้ำร้อนจากเครื่องผ่านเครื่องทำไอเท่านั้น
และมีตำแหน่งที่สามารถปรับจูนได้สะดวก ลิ้นควบคุมไม่จ่ายก๊าซพุงเข้าตัวรถ
• ท่อส่งไอก๊าซต้องเป็นท่ออ่อน และต้องหุ้มด้วยปอกเกลี่ยวกันการเสียดสี
• ท่อสุญญากาศ/ เครื่องผสมอากาศกับก๊าซ
ข้อกำหนดในการติดตั้งระบบควบคุม รถใช้ก๊าซ-น้ำมัน 2 ระบบ
• ลิ้นควบคุมจะต้องไม่จ่ายก๊าซที่มีทิศทางเข้าตัวรถ ต้องหางจากท่อไอเสียอย่างน้อย10 ซ.ม.
• ลิ้นควบคุมจะต้องปิดอัตโนมัติเมื่อกลับมาใช้ระบบน้ำมัน ระบบไฟฟ้าที่นำมาใช้ควบคุมจะต้องมีฟิวส์ป้องกัน
อุปกรณ์เกิดการเสียหาย
• ติดตั้งติ๊กแก๊สควบคุมการเปิดปิดที่ถัง ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า
• ถ้าติดตั้งติ๊กตัดน้ำมันจะต้องปิดอัตโนมัติเมื่อเปลี่ยนมาใช้ก๊าซ ท่อน้ำมันที่เชื่อมต่อจะต้องเป็นท่ออ่อนบิดงอได้และ
ระบบไฟฟ้าที่นำมาใช้งานจะต้องมีวงจรแยกต่างหากและมีฟิวส์
การทดสอบรถใช้ก๊าซที่ติดตั้งอุปกรณ์แล้วและทดสอบถังมอก.ที่มีอายุเกิน 10 ปี
• ทดสอบระบบท่อก่อนการบรรจุก๊าซ ทดสอบระบบท่อรับส่งด้วยการตรวจสอบรอยรั่ว ด้วยแก๊สดีเทคเตอร์/ น้ำยา
ตรวจสอบรอยรั่ว
• น้ำหนักถังที่มีอายุเกิน 10 ปีต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของน้ำหนักถังเดิม
• หากมีหลุมต้องไม่ลึกเกินร้อยละ 50 ของความหนาเดิม
• หากมีรอยผุกร่อนเป็นแนวยาวจะต้องไม่เกิน 75 ม.ม. หรืลึกเกิน ร้อยละ 25 ของความหนาเดิม
• มีรอยผุกร่อนทั่วไป ต้องไม่ผุกร่อนเกินร้อยละ50 ของผนังเดิม
• มีรอยบุบเว้าที่รอยเชื่อม ต้องลึกไม่เกิน 6 ม.ม. รอยบุบเว้าที่รอยอื่นต้องมาบุบเว้าเกินร้อยละ10 ของความกว้างเฉลีย
ของรอบบุบเว้า
• หากมีรอยชำรุดที่เกิดจากการทิ่มแทงต้องไม่ลึกเกินร้อยละ 50 ของผนังเดิม
• ต้องไม่มีรอยดังต่อไปนี้/รอยรั่ว ร้าว หักพับ บวมผิดรูป / เกลียวที่ลิ้นกัดกร่อนมีก๊าซรั่ว และลิ้นเอียง/ ฝาครอบ
อุปกรณ์ถังชำรุด เสียรูป ก๊าซรั่วได้
http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=409
• ถังก๊าซ- ต้องมีมอก.370 มีรายละเอียดดังนี้
• บริษัทผู้ผลิต / หมายเลขถัง / Operating Pressure
• Test pressure/ Tare Weight/ Test Date/Thickness
อุปกรณ์ส่วนควบของถังก๊าซ
• ลิ้นบรรจุ สองจังหวะ/กลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบาย
• เครื่องวัดปริมาณก๊าซ
• ลิ้นควบคุมการบรรจุเกิน
• ลิ้นจ่ายก๊าซ/วาล์วจ่ายควบคุมการไหล
ข้อกำหนดการติดตั้งถังก๊าซภายในตัวถังรถยนต์
• ถังที่ติดตั้งในห้องเก็บของต้องไม่มีก๊าซรั่วซึม
• ถังที่ติดตั้งในห้องโดยสารต้องบรรจุกล่องหรือมีฝาครอบและท่อหุ้มโดยให้แน่ใจว่าก๊าซระบาย
ออกนอกตัวรถได้
• ห่างจากท้ายสุดของตัวถังรถต้องไม่น้อยกว่า 35 ซ.ม.
• มองเห็นป้ายรายละเอียดของถังอย่างชัดเจน
• ต้องยึดถังกับตัวรถให้แน่นหนาและแข็งแรงทนทาน
• ต้องไม่เชื่อมถังเพิ่มเติมยกเว้นที่เชื่อมมาจากบริษัทผู้ผลิต
• ท่อระบายก๊าซห่างจากท่อไอเสียไม่น้อยกว่า 25 ซ.ม.
• ไม่มีฝาครบแต่มีกล่องบรรจุกล่องจะต้องเป็นวัสดุไม่ติดไฟสามารถมองเห็นแผ่นป้ายของถัง ที่
จุดต่ำสุดต้องมีท่อระบายไอก๊าซได้
• ถ้ามีมากกว่า 1 ถัง ในแต่ละถังจะต้องมี ลิ้นเปิดปิดและจ่ายแก๊สแยกจากกัน
ข้อกำหนดในการติดตั้งถังก๊าซไว้ใต้ท้องรถ
• ถังก๊าซที่ใช้จะมีหรือไม่มีฝาครอบก็ได้
• ส่วนล่างสุดของถังต้องอยู่สูงกว่าจุดที่ต่ำสุดของรถไม่น้อยกว่า 5 ซ.ม.
• ถังที่ติดตั้งหลังเพลาอยู่ห่างจากพื้นถนน ต้องไม่น้อยกว่า 5 ซ.ม. และต้องสูงอย่างน้อยมากกว่า
1/6ของระยะห่างระหว่างแกนของถังกับแกนของเพลาล้อ
• ถังที่ติดตั้งใต้ท้องรถต้องห่างจากท่อไอเสียอย่างน้อย 10 ซ.ม. หากน้อยกว่าจะต้องมีวัสดุป้องกัน
ความร้อนกันระหว่าง ถังกับท่อไอเสีย
• อุปกรณ์ส่วนควบของถังต้องไม่เสียดสีกับตัวรถ
• ต้องมีแผ่นโลหะหนาพอสมควรป้องกันเศษหินหรือวัสดุต่างๆป้องกันจากด้านหน้า
ข้อกำหนดในการติดตั้งท่อจ่ายก๊าซ
• ตำแหน่งท่อส่งก๊าซต้องอยู่สูงกว่าจุดต่ำสุดของเพลาไม่น้อยกว่า5 ซ.ม.
• ตำแหน่งท่อสงก๊าซต้องอยู่สูงกว่าพื้นถนนไม่น้อยกว่า1/6 ของระยะห่างระหว่างแกนของถังกับแกนของเพลาล้อ
ท้ายสุด
• ตำแหน่งท่อต้องไม่เสียดสีกับตัวรถต้องเดินและยึดท่อกับช่องคัสซีรถใกล้กับท่อน้ำมันเดิม และต้องยึดให้แน่นหนา
ด้วยกิ๊ฟโลหะแต่ละช่วงไม่เกิน 50 ซ.ม.
• ตำแหน่งท่อต้องห่างจากท่อไอเสียอย่างน้อย 10 ซ.ม. หาไม่ถึงต้องมีวัสดุกันความร้อนป้องกัน
• ท่อจ่ายแก๊สต้องเป็นท่อทองแดงที่ได้มาตรฐาน เส้นเดียวไม่มีรอยเชื่อมและตะเข็บ ต้องหุ้มด้วยวัสดุชนิดอ่อน
ป้องกันการเสียดสีข้อต่อต้องมีตาไก่+นอตขันตาไก่หรือการใช้แฟร์น็อต
• ถ้าตำแหน่งเดินท่อต้องลากผ่านในห้องโดยสารจะต้องมีปลอกโลหะหุ้มและต้องมีรูระบายหากเกิดแก๊สรั่ว
ข้อกำหนดการติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบในห้องเครื่องยนต์
• ต้องมีลิ้นปิด-เปิดไฟฟ้าและตัวกรองแก๊ส(ติ๊กแก๊ส)
• เครื่องทำและปรับความดันไอก๊าซ ต้องไม่ยึดกับตัวเครื่องยนต์ต้องยึดกับตัวถังของรถที่แข็งแรง
แน่นหนา ห่างจากท่อไอเสียอยางน้อย 10 ซ.ม. ต้องใช้น้ำร้อนจากเครื่องผ่านเครื่องทำไอเท่านั้น
และมีตำแหน่งที่สามารถปรับจูนได้สะดวก ลิ้นควบคุมไม่จ่ายก๊าซพุงเข้าตัวรถ
• ท่อส่งไอก๊าซต้องเป็นท่ออ่อน และต้องหุ้มด้วยปอกเกลี่ยวกันการเสียดสี
• ท่อสุญญากาศ/ เครื่องผสมอากาศกับก๊าซ
ข้อกำหนดในการติดตั้งระบบควบคุม รถใช้ก๊าซ-น้ำมัน 2 ระบบ
• ลิ้นควบคุมจะต้องไม่จ่ายก๊าซที่มีทิศทางเข้าตัวรถ ต้องหางจากท่อไอเสียอย่างน้อย10 ซ.ม.
• ลิ้นควบคุมจะต้องปิดอัตโนมัติเมื่อกลับมาใช้ระบบน้ำมัน ระบบไฟฟ้าที่นำมาใช้ควบคุมจะต้องมีฟิวส์ป้องกัน
อุปกรณ์เกิดการเสียหาย
• ติดตั้งติ๊กแก๊สควบคุมการเปิดปิดที่ถัง ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า
• ถ้าติดตั้งติ๊กตัดน้ำมันจะต้องปิดอัตโนมัติเมื่อเปลี่ยนมาใช้ก๊าซ ท่อน้ำมันที่เชื่อมต่อจะต้องเป็นท่ออ่อนบิดงอได้และ
ระบบไฟฟ้าที่นำมาใช้งานจะต้องมีวงจรแยกต่างหากและมีฟิวส์
การทดสอบรถใช้ก๊าซที่ติดตั้งอุปกรณ์แล้วและทดสอบถังมอก.ที่มีอายุเกิน 10 ปี
• ทดสอบระบบท่อก่อนการบรรจุก๊าซ ทดสอบระบบท่อรับส่งด้วยการตรวจสอบรอยรั่ว ด้วยแก๊สดีเทคเตอร์/ น้ำยา
ตรวจสอบรอยรั่ว
• น้ำหนักถังที่มีอายุเกิน 10 ปีต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของน้ำหนักถังเดิม
• หากมีหลุมต้องไม่ลึกเกินร้อยละ 50 ของความหนาเดิม
• หากมีรอยผุกร่อนเป็นแนวยาวจะต้องไม่เกิน 75 ม.ม. หรืลึกเกิน ร้อยละ 25 ของความหนาเดิม
• มีรอยผุกร่อนทั่วไป ต้องไม่ผุกร่อนเกินร้อยละ50 ของผนังเดิม
• มีรอยบุบเว้าที่รอยเชื่อม ต้องลึกไม่เกิน 6 ม.ม. รอยบุบเว้าที่รอยอื่นต้องมาบุบเว้าเกินร้อยละ10 ของความกว้างเฉลีย
ของรอบบุบเว้า
• หากมีรอยชำรุดที่เกิดจากการทิ่มแทงต้องไม่ลึกเกินร้อยละ 50 ของผนังเดิม
• ต้องไม่มีรอยดังต่อไปนี้/รอยรั่ว ร้าว หักพับ บวมผิดรูป / เกลียวที่ลิ้นกัดกร่อนมีก๊าซรั่ว และลิ้นเอียง/ ฝาครอบ
อุปกรณ์ถังชำรุด เสียรูป ก๊าซรั่วได้
http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=409
วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

